ตำนานเสือใบ

Posted on 7 มีนาคม 20207 มีนาคม 2020Categories ประวัติและตำนานTags

เรื่องราวของเสือใบเขาได้ผ่านดีผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายและจนในที่สุดก็ได้สงบลงได้ใต้ร่มเงาของธรรมะเสือใบมีอายุ79ซึ่งได้เป็นยุคเดียวกับกับ เสือฝ้าย เสือดำ เสือมเหศวร ในปัจจุบันเหลือเพียงแค่สองคนคือ เสือมเหศวร เสือใบ เขาได้เป็นเพื่อนกันอายุห่างกัน2ปี เสือใบได้ออกคุกมาเมื่อประมาณปี2506 ก็35ปีมาแล้วได้ติดคุกอยู่ประมาณ16ปี

ได้ถูกตัดสินประชีวิตแต่ก็ได้รับอภัยโทษจากนั้นก็ได้เริ่มเข้าสู่การเป็น เสือใบ และได้ตั้งชุมโจมตั้งแต่อายุ23 24ปี และเหตุนี้ที่ทำให้ได้กลายเป็นเสือตามหลักเสือใบก็เป็นคนที่ช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนาเป็นคนชาวสุพรรณบุรี ที่นี่ก็มีพวกนักเลงเขามาขโมยควายและยังไม่พอยังได้เข้ามาฉุดน้องเมียของเสือใบไปอีกจากนั้นเสือใบก็เริ่มที่จะทนไม่ไว้เสือใบได้นำปืนหนับหลัง

เพราะเขานั้นได้รู้แล้วว่าคนที่เข้ามาฉุดน้องเมียของเขานั้นเป็นใครพอรู้เท่านั้นแหล่ะเสือใบก็ได้ยิงปืนทันทีพร้อมกับลูกน้องประมาณสามคนด้วยความที่เขานั้นได้กระทำลงไปเป็นเพราะเพียงอารมณ์ชั่ววูบได้ความที่เขานั้นอายุยังเด็กอยู่บวกกับความคิดยังเด็กอยู่จากนั้น เสือใบ ก็ได้หนีเข้าไปเจอกับ เสือฝ้าย

จากนั้นเสือฝ้ายก็ได้พาออกปล้นทันทีที่แรกที่ไปปล้น คหบดีซึ่งเป็นผู้มีเงินทองมากมายจากนั้นพอได้ทำการปล้นเสร็จแล้ว พวก เสือใบก็ได้เดินออกมาก็ถูกยิงแต่ยิงไม่เข้าเพราะ เสือใบนั้น มีพระ และ คาถา ปลุกตัว จากนั้นเสือใบก็ได้อยู่กับ เสือฝ้ายประมาณ4เดือนจากนั้นก็ได้ถอยออกมาจากนั้น เสือใบ ก็ได้ตั้งชุมโจรต่างหากสาเหตุที่ เสือใบ

ออกมาตั้งชุมเองนั้นเป็นเพราะว่าถ้าหากเสือใบนั้นยังคงอยู่กับ เสือฝ้าย เสือฝ้ายก็จะใช้ให้ปล้อจี้ต่างๆเพราะเหตุนี้เสือใบเองก็เลยมาตั้งชุมเป็นของตัวเองเพื่อจะให้หนักนั้นได้กลายเป็นเบาจากนั้นก็ได้มีลูกน้องของเสือฝ้ายเข้ามาอยู่ด้วยจากนั้นเสือใบเองก็เลือกปล้นเหมือนกันจะปล้นเฉพาะเขาจะเลือกปล้นคนที่รับจำนองที่ดินพวกที่โกงพวกชาวบ้านพอเขาปล้นเสร็จก็จะเอาไปแจกพวกชาวบ้านคนจน

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  entaplay

ตำนานบุกถล่มประเทศโปแลนด์

Posted on 4 มีนาคม 20204 มีนาคม 2020Categories ประวัติและตำนานTags

ตำนานสงครามรวมมือกับเยรมันและโซเวียตบุกถล่มประเทศโปแลนด์

เมื่อมหาอำนาจเรานั้นมันไม่สามารถที่จะตกลงกันได้แน่นอนแล้วว่าสงครามมันคือทางออกจนมันได้กลายมาเป็นสงครามในปวัติศาสตร์ที่เรารู้จักนี่แหล่ะและตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ผ่านมาโลกของเราก็ผ่านมาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็นสงครามโลกครั้งที่1สงครามโลกครั้งที่2จนนำไปสู่สงครามเย็นและสงครามเวียดนามเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสงครามที่เกิดขึ้นมานั้นมีผลดีอะไรกันแน่ทำไมมันเกิดขึ้นบ่อยเหลือเกิน

การบุกรุกโปแลนด์ 

การบุกรุกโปแลนด์คือการต่อสู้ครั้งแรกในช่วงของสงครามโลกครั้งที่2ซึ่งสงครามแรกได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่1กันยายนปี1939มันเป็นการบุกรุกที่เกิดผลมาจากการทำข้อตกลงกันระหว่างประเทศเยรมันและสหภาพโซเวียตโดยที่ทั้งสองประเทศนี้สัญญากันไว้ว่าหากว่าเรานั้นรวมมือกันที่จะไปถล่มโปแลนด์ทั้งสองประเทศนั้นก็จะแบ่งกันคนละครึ่งและในระหว่างนั้นเยยรมันก็เลยเข้าไปถล่มโปแลนด์ก่อนจากทางตะวันตกด้วยมีการโจมตีที่โหดและในตอนนั้นเพาเวอร์ของเยรมัน

ก็มีเต็มร้อยเปอร์เซ็นจนกองทัพโปแลนด์ไม่สามารถที่จะต้านทานเอาไว้ได้ก็เลยมีการสั่งให้ถอยออกไปก่อนที่กองทัพโซเวียตจะเห็นช่องว่างก็เลยเข้าไปทางด้านหลังของเยรมันถล่มไปอีกรอบจนได้แตกสลายไปในที่สุดถึงแม้ว่าประเทศโปแลนด์จะมีความสามารถในทางอุตสาหกรรมที่ก้าวหหน้าสุดและก็ตามและไม่คิดเหมือนกันว่าเยรมันนั้น

จะกลายทำสิ่งนี้และก้ไม่คิดเหมือนกันว่าเยรมันจะเข้ามาตีได้เร็วก่อนขนาดนี้แทบจะไม่ได้ตั้งตัวใดๆเลยทั้งสิ้นอีกทั้งยานหุ้มเกาะของโปแลนด์ก็มีจำนวนที่น้อยมากกว่าเยรมันและในขณะที่เยรมันที่เต็มไปด้วยกำลังลทหารและเรื่องบินทิ้งระเบิดที่มีประสิทธิ์ภาพสูงสุดคือเทคโนโลยีทางทหารก้าวหน้ากว่าใครเขาก่อนที่เขาจะใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดประสิทธิ์ภาพสูงสังหารพลเรือนไปมากมาย

ถึงแม้ว่าโปแลนด์จะทำสัญญาอย่างลับๆกับประเทศฝรั่งเศษอังกฤษที่คอยช่วยเหลือกันก็ตามแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้มันดีขึ้นมาเลยเพราะว่าฝ่ายสําพันทะมิดนั้นไม่ได้เข้าไปช่วยอะไรเขาเลยสักอย่างถึงแม้ว่าเขาจะส่งกำลังไปช่วยแล้วก็ตามแต่มันเป็นกำลังพลที่น้อยหลังจากนั้นมันก็ไม่ทันเวลาสุดท้ายก็ได้แตกยับไปในที่สุด

ซึ่งมันจะเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้โปแลนด์นั้นเชื่อว่าพวกเขานั้นได้ถูกฝ่ายสําพันทะมิดหักหลังและพอได้พ้นไปจากสงครามนั้นก็เป็นเหตุที่ทำให้ทหารโปแลนด์เสียชีวิตไปมากกว่า6หมื่นนายและได้ถูกจับไปเป็นชะเลยมากกว่า1แสนนายและส่วนฝ่ายเยรมันก็เสียชีวิตไปแค่เพียง1หมื่นนายเท่านั้นและโซเวียตเสียชีวิตไปแค่1พันนายเท่านนั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้มาจาก  BK8

เบิ่งตาดลาวใต้ 1

Posted on 29 กุมภาพันธ์ 202027 กุมภาพันธ์ 2020Categories ประวัติและตำนานTags

วันนี้เราก็ได้กลับมาเยี่ยมแผ่นดินที่อินโดจีนกันอีกครั้งหนึ่งในวันที่มีเมฆหมอกฝน จุกหมายของเรานั้นก็คือตอนใต้ของ สปป ลาว กับสถานนะการที่ได้เปลี่ยนแปรงไปอย่างสิ้นเชิง ประตูบานเก่าได้ถูกเปิดออกกว้างจนสุดแสดงให้เห็นถึงความพร้อมสำหรับการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก  สาธารณะประชาธิปไตยประชาชนลาว

เพื่อสำรวจในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่กำลังถูกพัฒนา

การเดินทางสู่ลาวตอนใต้ครั้งนี้ได้เลือกเดินทางที่ด่านช่องเม็ก  ช่องเม็กเป็นด่านพรมด่านใหญ่ของจังหวัดอุบลราชธานีมีเขตติดต่อกันกับ สปป ลาว ที่บ้านวังค์เต่าเมื่ได้ขับรถต่อไปจะต้องข้ามแม่น้ำโขงที่สพานมิตรภาพลาวญี่ปุ่นเพื่อที่จะเข้าสู่เมืองปากเซและจุดหมายแรกก็คือ ตาดผาส้วม คนลาวเรียกน้ำตกว่าตาดส่วนคำว่าส้วมเป็นภาษาลาวมีความหมายถึงห้องหอน้ำตกแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว

เพราะได้มาความสะดวกในการเดินทางและมีน้ำไหลอยู่ตลอดทั้งปีสายน้ำของตาดผาส้วมไหลมาจากภูเทวดา ซึ่งได้เป็นภูเขาไฟเก่าที่ได้ระเบิดมานานหลายร้อยปีเมื่อได้ไหลเข้ามาถึงที่นี่ม้วนน้ำจะทิ้งตัวจากผาหินลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลมลงสู่อ่างน้ำกว้างด้านล่างแผ่นผาที่ตั้งชันมีลักษณะเป็นแท่งเป็นเรียงขนาดเป็นแนวผาแบ่งซอยแผ่นหินใหญ่เป็นหรืบช่องชั้นจนกลายมาเป็นที่มาของ ผาส้วม หรือ ห้องหอของ บ่าวสาว

โดยรอบผาของน้ำตกยังมีสภาพที่ดิบสมบูรณ์เต็มไปด้วยต้นไม้นานๆพันสภาพอากาศเย็นๆสบายเหมาะแก่การพัผ่อนย่อใจที่นี้ยังมีการสร้างสพานแขวนขนานเอากับผาน้ำตกเพื่อที่จะให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมน้ำตกได้อย่างไกล้ชิตจากนั้นไม่ไกลจากตัวน้ำตกได้มีการรวบรวม จัดสร้าง หมู่บ้านชนเผ่าไว้เป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมเพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้วิธีชีวัตของชนเผ่าต่างๆ เช่น เรือนพักอาศัย

เครื่องใช้ไม้สอยเครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรี สถานที่ประกอบพิธีกรรม

ซึ่งเหล่านี้จะช่วยให้คนต่างถิ่นได้เข้าใจถึงวัฒนธรรมขอชนเผ่า เช่น ชนเผ่ากะตู้ ชนเผ่าอาลัก ชนเผ่าระแว ชนเผ่าส่วย ซึ่งตรงนั้นเป็นที่เขาได้จำลองของชนเผ่ากะตู้เป็นบ้านกลางเป็นบ้านที่อยู่ใจกลางหมู่บ้านเพราะว่าช่วงที่มีงานประเพณีเขาก็จะมีการล้มวัวล้มควายแต่ที่บริเวณนี้เขาไม่ได้จัดแสดงจริงถ้าหากว่าเราอยากจะดูก็จะต้องออกจากที่นี้ไปประมาณราว10 ถึง 20กิโล

ได้มันก็จะมีอีกหมู่บ้านหนึ่ง เป็นชนเผ่ากะตู้ ที่เป็นหมู่บ้านใหญ่ และน้ำตกในแห่งที่สองของพวกเราก็คือน้ำตกตาดอีตู้ขับรถไปประมาณไม่กี่กิลำคุณก็จะถึง

การเดินทางในแผ่นดินอินโดจีน

Posted on 29 กุมภาพันธ์ 202027 กุมภาพันธ์ 2020Categories ประวัติและตำนานTags

สงครามที่ได้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานครั้งแล้วครั้งเล่ามันกินเวลาต่อเนื่องเวลามานานหลายสิบปีจนทำให้พื้นที่เกือบทั้งหมดของกลุ่มประเทศในคาบสมุดอินโดจีนกลายเป็นดั่งแดนสนธยากีดกันตัวเองออกจากนานาชาติพร้อมกับเก็บนำเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นเอาไว้แต่ภายในเหมือนมีประตูบานใหญ่ปิดกั้นกักเก็บตัวเองไว้เพียงลำพัง

เรื่องนี้ได้ถูกสร้างเป็นปริศนาท้าทายให้นักบุกเบิกทำให้คิดสืบหาช่องทาง

เพื่อจะเข้าไปค้นหาความลับที่ได้ปกปิดอยู่และก็มีทีมงานเป็นหนึ่งในกลุ่มนั้นความพยายามและตั้งใจอย่างหนักแน่นทำให้มีโอกาสเดินทางเข้าไปสำรวจในแผ่นดินอินโดจีนตั้งแต่กลิ่นไอจากไฟสงครามที่มีกลิ่นอยู่บางๆยุคแรกที่ทีมงานได้เข้าไปสำรวจในดินแดนอินโดจีน

เกิดขึ้นเมื่อราว3ศตวรรษก่อนช่วงนั้นเราเหมือนเดินอยู่ท่ามกลางสหลวดข้อมูลเริ่มต้นมีอยู่เพียงน้อนนิดอีกทั้งผู้ที่มีอำนาจรับผิดชอบในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็ดูเหมือจะไม่ค่อยเต็มใจนักกับการมาถึงของคนแปลกถิ่นอย่างพวกเราทำให้การวางแผนการเดินทางเป็นไปอย่างยากเย็นและติดขัดต้องปรับเปลี้ยนจุดหมายกันอยู่ตลอด

โดยเฉพาะเมื่อเราได้ยินเรื่องราวที่น่าสนใจใหม่ๆจากปากชาวบ้านในท้องถิ่นหรือประกาสิทธิ์ของเจ้าหน้าที่ผู้ที่มีอำนาจเด็ดขาดการเดินทางในดินแดนที่จมอยู่กับการสู้รบมาตลอดหลายสิบปีทำให้ทุกก้าวย่างเต็มไปด้วยความยากลำบากและอันตรายถนนหนทางที่จำนำรถวิ่งผ่านส่วนใหญ่เป็นถนนลำรองที่สร้างขึ้นในช่วงสงครามเพื่อใช้ประโยชน์ในการลำเรียงยุทพันถนนเหล่านี้มีสภาพทรุดโทรมเต็มไปด้วยหลุมบ่อและหลายแห่งยังมีวัตถุระเบิดตกค้างมาจากสงคราม

ซึ่งพวกมันพร้อมที่จะเผยตัวแสดงอนุภาพให้ผู้เคราะห์ร้ายได้ประจักษ์ทุกกิโลเมตรที่รถของเรานั้นวิ่งผ่านจึงเต็มไปด้วยความเหนื่อยยากและใช้เวลาเนินนานเกือบกว่าที่ใครจะคาดคิดและยังไม่รวมภัยจากการดักซุ่ม โจมตีของกลุ่มชนต่างๆที่ตั้งกฏเป็นกองอิสระรวมตัวเป็นชุมชนย่อยๆกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั้งหมดลวนเป็นอุปศักดิ์หนักหนา

สำหรับนักเดินทางแปลกหน้าอย่างเราแต่มันก็คุ้มค่ากับเรื่องราวที่เรานั้นได้พบเห็นและได้นำเอามาเปิดเผยนำเอามาบอกเล่าให้ผู้คนที่อยู่ภายนอกนั้นได้รับรู้ซึ่งภาพบางภาพนั้นหรือในเรื่องบางเรื่องก็ได้ถูกจุดให้เป็นกระแสได้มีการถกเถียงต่อยอดกันมาอย่างกว้างขวางและนี้ก้เป็นเรื่องนำทางอีกครั้งที่พวกเรานั้นได้กับมาเยี่ยมในแผ่นดินอิโดจีนกันอีกครั้งหนึ่งในวันที่ฟ้ามีเมฆฝนจุดหมายของเราก็คือตอนใต้ของ สปป ลาว

เรื่องราวประวัติศาสตร์และตำนาน

Posted on 28 กุมภาพันธ์ 202027 กุมภาพันธ์ 2020Categories ประวัติและตำนานTags

ผาหินที่พบในนลุ่มน้ำโขงและมีหินที่มีปรากฏการสะท้อนแสง ลานหินสีประกาย

ในเส้นทางของเรือนำเที่ยวในช่วงหนึ่งจะผ่าไปยังแนวหน้าผาหินชาวบ้านเรียกพื้นที่บริเวณนี้ว่า ผาชัน ตามลักษณะของแนวผาสูงที่ได้ตั้งเรียบกับแม่น้ำโขง ผาชันเป็นแนวหน้าผาหินเทาและเทาอมม่วงมีความสูงขึ้นไปจากระดับน้ำประมาณราวๆ20 ถึง 30เมตร จุดเด่นในทางธรณีที่สำคัญของผาชันคือมีการแสดงแนววางตัวของชั้นหินที่เห็นได้อย่างชัดเจน

และสวยงามอยู่หลายจุดผาหินในบางช่วงที่ได้ถูกกัดเซาะจากกระแสน้ำก็จะเกิดร่องแตกรอยแยกและรูพรุนไปทั่วและนอกจากนี้ผาชัดยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในยุคอาณานิคมที่ชาวฝรั่งงเศษได้เข้ามาเขียนตัวเลขแสดงระดับน้ำเพื่อให้เป็นประโยชน์ก็การเดินเรือในที่ลุ่มแม่น้ำโขงชาวบ้านจะเรียกบริเวณตรงที่ผาหินตรงนี้ว่าผาเลขสองฝั่งน้ำโขงในที่แนวเขตแห่งนี้ซึ่งมันเต็มไปด้วย

แหล่งทางธรณีวิทยาเพื่อเป็นการปมฟักของแหล่งธรรมชาติที่มีมาเนินนานมาแล้วนับแสนนับล้านปี

จนได้เกิดมาเป็นศนียภาพที่เป็นอันน่าอัศจรรย์และยังมีแหล่งที่น่าเข้าไปศึกษาและเข้าไปเรียนรู้สำหรับในลานหินสีประกายแสงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งที่เรือนักท่องเที่ยวนั้นจะแวะจอดที่นี่เพื่อที่จะด้พาผู้โดยสารเข้าและขึ้นไปชมความงามอันเป็นที่มาของชื่อของสถานที่และในบนที่มีลานโล้งกว้างได้มีความยาวประมาณราวๆ300เมตร

ที่เต็มไปด้วยของหินที่มีขนาดเล็กและหินที่มีขนาดใหญ่ที่มันดูแตกต่างไปจากก้อนหินที่เรานั้นพบเห็นอยู่ตามทั่วไปคือก้อนหินนั้นมีจะมีลักษณะที่มีการสะท้อนแสงเมื่อก้อนหินนั้นได้ถูกแสงแดดนั้นส่องเข้ามาก็จะปรากฏเป็นแสงประกายยระยิบเมื่อก้อนหินนั้นได้ต้อนแสงแดดสำหรับก้อนเหล่านี้มันก็จะมีหินที่มีความหลากหลายสีสันด้วยกันจะมีตั้งแต่ก้อนหินสีดำ ก้อนหินสีแดง ก้อนหินสีน้ำตาลออกเหลือง และ ชมพู

สำหรับทางด้านธรณีวิทยาก็ได้มีการอธิบายเรื่องราวต่างๆที่มีการปรากฏการของก้อนหินบนหาดว่ามันทำไมมันถึงได้มีลักษณะที่มันเนเช่นนี้นั้นก็คือในระหว่างกระบวนการของการเกิดเป็นหินจากนั้นก้ได้มีการปรากฏตัวของซิลิกาในสภาพที่มันอิ่มตัวในน้ำที่ได้มีการเคลื่อนตัวในตระกรของทรายซึ่งมันก็ได้เป็นลักษณะที่มีความพิเศษทางด้านธรณีวิทยาที่มันนั้นจะหาดูได้ยากมากในแบบหนึ่ง และสำหรับการเดินทางนี้ก็ไม่ยากเส้นทางนี้อยู่ทางหลวงหมาย24และยังมีแหล่งที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆอยู่อีกมาของจังหวัดอุบลราชธานี

เกาะหินสามพันโบกและเสาเฉลียง

Posted on 27 กุมภาพันธ์ 202027 กุมภาพันธ์ 2020Categories ประวัติและตำนานTags

การเปลี่ยนแปรงทางธรณีวิทยาที่มีลักษณะเด่นของผาแต้มนอกจากหน้าผาและแม่น้ำไกล้กันนั้นก็ยังพบตัวอย่างที่น่าสนใจอยู่สองลักษณะ คือ ลานหินแตกและเสาเฉลียง ลานหินแตกเกิดจากการยกตัวของเปลือกโลกทำให้ชั้นหินหนาโก่งงองจนแยกแตกออกเป็นแนวดิ่ง

ส่วนเสาเฉลียงเกิดจากการกัดก่อนชั้นหินของน้ำลมและแสงแดดต่อเนื่องนับล้านปีการกัดก่อนทับซ้อนทั้งในแนวลาบและแนวดิ่งทำให้เกิดเป็นแท่งหินรูปลักษณ์ประหลาดคล้ายกับว่ามีมือยักษ์มาจับหินสองก้อนมาตั้งวางทับซ้อนกัน

ลานหินกว้างริมน้ำโขงมันวางตัวเองอยู่ตรงนี้มานานแสนนาน

ในฤดูน้ำหลากลานหินจะถูกแผร่คุมด้วยพื้นน้ำกว้างจอบจนเม็ดฝนขาดช่วงสายน้ำโขงก็จะลดระดับลงให้ลานหินออกมาท้าทายกับแสงแดดกล้าชาวบ้านเรียกชื่อของสถานที่แห่งนี้ว่าสามพันโบกซึ่งในอดีตทัศนียภาพอันงดงามอันแปลกตานี้หากว่าไม่ใช่คนในพื้นที่นี้จริงๆก็คงมีคนต่างถิ่นอยู่เพียงไม่มากที่มีโอกาสได้ชื่นชมแต่ฉับพลันที่ภาพของสามพันโบกปรากฏออกในสื่อประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวไทย

เมื่อหลายปีก่อนชื่อของสามพันโบกก็ได้ขยับตัวเข้ามาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแถวหน้าของในจัวหงัดแทนในทันที สามพันโบกเป็นลานหินทราย และ หินทรายปนกรวดในโหมดหินภูพานอายุประมาณ110ล้านปีเป็นการสะสมตัวในสภาพแวดล้อมทางน้ำประสานสายและโค้งตวัดท้ามกลางอากาศที่ค่อนข้างร้อนชื้นจนเมื่อราว65 ถึง 90ล้านปี

ก่อนกระบวนการก่อนก็ได้เริ่มขึ้นอย่างช้าๆเมื่อกรวดทรายเม็ดเล็กถูกกระแสน้ำพัดพามาวนที่บนพื้นหินการเสียดสีได้กัดก่อนผิวแข็งของชั้นหินจนเกิดเป็นร่องรูขนาดเล็กๆหลังจากนั้นหินในเม็ดต่อๆมาที่หลุดรอดเข้าในหลุมก็จะค่อยๆขันถูขยายขนาดจนเนื้อหินนั้นกลายเป็นโพงโค้งเว้าที่มีผิวเรียบลื่น

ซึ่งศัพท์ทางวิชาการได้เรียกหลุมเหล่านี้ว่าหลุมกุมภลักษณ์ความสวยงามของสามพันโบกเป็นความมหัศจรรย์ทางธรณีบนลานหินที่มีความกว้างราว400เมตรและยาวราวๆ1กิโลเมตรจะได้พบหลุมกุมภลักษณ์กระจายไปทั่วหลุมหินเหล่านี้ได้มีขนาดที่แตกต่างกันตั้งแต่หลุมเล็กๆขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่กี่นิ้วไปจนถึงบ่อใหญ่ขนาดหลาย10ตารางเมตร

หลุมบางหลุมก็ก็ได้มีรูปร่างแปลกๆพอให้ชวนจินตนาการเป็นภาพต่างๆ ซึ่งงจริงๆแล้วหลุมกุมภลักษณ์จะมีรูปร่างเป็นเพียงวงกมลวงรีแต่เมื่อหลุมหลายๆหลุมขยายตัวจนเชื่อมต่อกันก็จะทำให้เกิดหลุมหน้าตาแปลกๆขึ้นมาได้ดังนั้นจึงทำให้เกิดเป็นรูปน่าตาต่างๆให้เราได้เฆ้นกันทุกวันนี้

เกาะที่มีประเทศแย่งกันมากมาย

Posted on 22 กุมภาพันธ์ 202022 กุมภาพันธ์ 2020Categories ประวัติและตำนานTags

สำหรับเรื่องนี้ที่ใครอ่านก็อาจจะชอบเพราะว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของพรมแดนและการแย้งเอามันมาเป็นเจ้าของหรือว่าถือสิทธิ์ยึดครองของ หมู่เกาะสแปรตลี ถ้าจะมองในรูปภาพแผนที่ก็จะเห็นว่าแผนที่ที่มีสีแดงนั้นคือกลุ่มประเทศทั่วโลกที่มีปัญหาความขัดแย้งเรื่องของเขตแดนหรือพรมแดนเพราะฉะนั้นมันมีเกือบทั่วโลกส่วนที่มีสีเหลืองนั่นเกิดจากข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้น

เรามาเจาะให้ลึกลงไปกว่านั้นดูแค่ทวีปเอเชียประเทศพี่ใหญ่ที่มักจะมีปัญหาเขตแดนกับประเทศอื่นๆก็คงจะไม่พ้นประเทศจีน จีนมีข้อพิพาทกับประเทศอื่นๆไม่ต่ำกว่า10กรณีเกือบครึ่งหนึ่งเกิดขึ้ยบนบกระหว่าง พรมแดนปากีสถาน อินเดีย ภูฏาน อีกครึ่งอยู่ในทะเลญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เป็นต้น

เรามาดูเกาะแรกที่ประเทศญี่ปุ่นชื่อว่าเกาะโอกิโนโทริชิมะซึ่งเป็นเกาะที่เกิดจากแนวปาการังเป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่เพราะว่ามีขนาดเล็กมากมีแค่เพียง10ตารางเมตรเท่านั้นบอกได้เลยว่าแค่มีคนไปยืนอยู่คนเดียวก็ยังเหงาเพราะว่ามันเล็กเกินแต่ว่าเกาะแห่งนี้ก็กลายเป็นกรณีพิพาททางเขตแดนของญี่ปุ่นและจีนจนได้รวมไปถึงประเทศรอบข้างอย่าง ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ก็เอากับเขาด้วยเท่ากับว่าโอกิโนโทริชิมะทะเลาะกันอยู่4ประเทศ

ทั้งๆที่จริงแล้วมันเป็นเกาะที่มีแนวปาการังล้อมรอบและเขาทะเลเรื่องเขตแดนไป

เพื่ออะไรกันและมากไปกว่านั้นญี่ปุ่นเขาถือว่าแนวปาการังแห่งนี้มันเป็นเกาะทำให้โดยบริเวณโดยรอบนี้ญี่ปุ่นกำเนิดให้เป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะตามกฏหมายทางทะเลทำให้จีนและประเทศอื่นๆต้องเดินเรือหลบเกาะจิ๋วแห่งนี้เป็นอาณาเขตที่ไกลกว่า200ไมล์ทะเลหรือประมาณ370กิโลเมตรเลยทีเดียวแถมญี่ปุ่นยังถือว่าเกาะแห่งนี้เป็นเขตปกครองหนึ่งของกรุงโตเกียวเพื่อเพิ่มความเครียดความจริงจังอีกด้วยคนจะได้เกรงใจเราว่าโตเกียวนั้น

ดูแลอยู่ แต่พอ ญี่ปุ่นกำเนิดมาสะขนาดนี้ประเทศอื่นจะต้องเดินเรืออ้อมไกลบอกได้เลยว่ามันจะไม่ตีกันได้อย่างไรก่อนอื่นเรามาดูเลยว่าตรงไหนมันคือทะเลจีนตอนใต้ใช้แล้วละว่าทะเลจีนตอนใต้นั้นเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิกทะเลจีนใต้ครอบคลุมตั้งแต่ประเทศสิงคโปร์ขึ้นไปเรื่อยๆตามชายฝั่งทางด้านตะวันออกไปจนถึงช่องแคบใต้หวันเพราะฉะนั้น

อ่าวไทยของเราก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่อยู่ในทะเลจีนตอนใต้เช่นกันทะเลจีนตอนครอบคลุมพื้นที่ประมาณ3,500,000ตารางกิโลเมตรและก็เป็นที่อยู่ของเกาะมากมายส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่มเกาะที่มีจำนวนหลายร้อยเกาะและจำนวนมากของเกาะก้ไม่มีคนอยู่อาศัย