ตำนานผีโพง

Posted on 9 เมษายน 20207 เมษายน 2020Categories ประวัติและตำนานTags , ,

 เชื่อว่าหลายคนยังคงเคยได้ยินผุ้คนพูดถึงผีโพง ซึ่งในสมัยโบราณมีการเชื่อกันว่าในช่วงกลางคืนจะมีผีโพงออกอารวาดซึ่งผีโพงมัก จะชอบกินกบกินเขียดเป็นอาหารโดยชาวบ้านเชื่อกันว่า  ผีโพงจะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนคนปกติทั่วไป ซึ่งผีโพงมันจะสิงมาอยู่ในร่างกายของคน โดยคนที่โดนสิงนั้นจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นในตอนกลางวันคนที่ถูกผีโพงเข้าสิงก็มักจะเหมือนกับคนอื่นๆทั่วไป

ตอนกลางคืนมันจะพากันออกหากินในการออกหากบหาเขียดกินเป็นอาหาร ลักษณะของผีโพงจะมีลูกไฟขึ้นอยู่ตรงบริเวณจมูก  โดยจะมีด้วยกันประมาณ 3 สี นั่นก็คือสีแดง สีม่วง และสีเขียว ผีโพงจะออกหาอาหารในตอนกลางคืน โดยจะดูดเอาเหมือกของกบ ของเขียด และของปลามากิน

เมื่อดูดเมือกเสร็จแล้วก็จะปล่อยสัตว์เหล่านั้นทิ้ง ในตอนกลางวัน ชาวบ้านทั่วไปจะไม่รู้เลยว่าใครที่เป็นผีโพง แต่ถ้าหากเป็นตอนกลางคืนจะมีวิธีสังเกตุได้ว่าใครเป็นผีโพงก็คือ ก่อนที่ผีโพงจะออกหากิน พวกผีโพงจะเอาจมูกไปถูกกับบันไดให้เกิดสีก่อนที่จะออกหากิน โดยพวกผีโพงจะใช้แสงตรงจมูกในการส่องหากบ หาเขียดกิน สำหรับช่วงที่คนที่เจอผีโพงบ่อยบ่อยนั้น จะเป็นช่วงที่ฝนตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงหน้าฝน  โดยปกติแล้วผีโพงจะไม่ทำร้ายคน พวกมันจะค่อนข้างกลัวคนซะมากกว่าเพราะกลัวคนจะเห็นหน้า

ในสมัยโบราณเชื่อกันว่าหากใครได้เห็นหน้าผีโพงแล้วเราก็พวกมันจะขอร้องอ้อนวอนไม่ให้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกกับใครโดยมันจะเอาใบไม้มาใส่เป็นทองแล้วมอบเป็นสิ่งตอบแทนแลกเปลี่ยนกับความรักของพวกมัน แต่ถ้าหากใครไม่ยอมรับปากว่าจะเก็บเรื่องราวของพวกมันเป็นความรักพวกมันก็จะทำร้าย หรือทำให้กลายเป็นผีโพงเหมือนกัน

และสำหรับทองคำที่ผีโพงเสกให้ในช่วงเวลากลางคืนนั้น เมื่อถึงเวลาในตอนเช้าทองคำเหล่านั้นก็จะกลับกลายร่างเป็นดังเดิม เช่นเป็นใบไม้หรือก้อนหิน และคนที่เห็นผีโพงก็ยังต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ซึ่งหากใครที่เปิดเผยความลับของมัน พวกมันจะรับรู้ด้วยญาณวิเศษของมันและมันจะอาฆาตคนทีบอกความลับของพวกมันและตามมาทำร้ายในภายหลัง 

ซึงลักษณะของการแก้ไขของผีโพงนั้นพวกมันมักจะใช้วิธีนำก้านกล้วยมาตัดเอาใบออกแล้วนำก้านกล้วยที่ไม่มีใบมาโยนข้ามหลังคาบ้านโดยมีการเชื่อกันว่านั่นคือการสาปแช่ง เพราะหากใครที่ถูกทำเช่นนั้นจะมีคนเจ็บไข้ได้ป่วยจนถึงแก่ความตายได้ ส่วนการสืบทอดการเป็นผีโพงนั้นจะมีการสืบทอดทายาทกันจากน้ำลายหากใครไปเผลอกินน้ำลายของผีโพงหรือโดนผีโพงพ่นน้ำลายเข้าไปก็จะกลายเป็นผีโพงทันที

 

ขอขอบคุณเว็บ  9luck ที่ให้การสนับสนุน

ตำนานหนูน้อยหมวกแดงการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์

Posted on 6 เมษายน 20204 เมษายน 2020Categories ตำนานTags , , ,

 คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักหนูน้อยหมวกแดงในตำนานที่เป็นสาวน้อยน่ารักใส่ซื่อบริสุทธิ์แต่ต้องเจอกับหมาป่าจอมชั่วร้ายแต่ในที่สุดก็สามารถปรับตัวเองออกมาจากภัยอันตรายที่จะได้รับกับรายได้โดยเรื่องราวของหนูน้อยหมวกแดงนั้นเกิดขึ้นเมื่อหนูน้อยหมวกแดงทุกคุณแม่สั่งให้นำขนมไปเยี่ยมคุณยายซึ่งอาศัยอยู่ในป่าโดยคุณแม่สั่งให้หนูน้อยหมวกแดงนำขนมที่ทำขึ้นไปให้คุณยายรับประทานและหนูน้อยหมวกแดงต้องเดินทางไปคนเดียว

แม่จึงได้กำชับให้ระวังตัวระหว่างทางอาจจะมีอันตรายเกิดขึ้นได้ซึ่งเธอก็รับปากคุณแม่เป็นอย่างดีแล้วระหว่างทางที่ไปบ้านของคุณนายเธอก็เจอกับหมาป่าตัวหนึ่งที่ต้องไปกินเธอแต่ด้วยความใสซื่อของเธอเธอจึงเล่าเรื่องราวว่าเธอกำลังจะเดินทางไปที่ไหนให้หมาป่าฟังทำให้หมาป่าฉุกคิดได้ว่าแทนที่จะกินเธอคนเดียวหมาป่า

ควรจะได้กินทั้งหลายของเธอและเธอด้วยเรื่องนั้นจึงได้เดินทางไปที่บ้านของคุณยายและกินคุณยายเข้าไปหนูน้อยหมวกแดงเดินทางไปถึงที่บ้านของคุณยายก็พบว่าคุณยายมีการคลุมผ้าไว้ค่อนข้างมิดชิดแต่ก็สงสัยในลักษณะของคุณยายที่แตกต่างกันออกไปเช่นใดมีฤทธิ์เร็วขึ้นอยู่ที่ยาวขึ้นยาวขึ้นเมื่อหนูน้อยหมวกแดงสงสัยก็ถามเอาไปชนหมาป่ารำคาญจึงได้แสดงตัวออกมาว่าตนเองเป็นหมาป่าและไม่กินคุณได้เข้าไปแล้ว

และในขณะที่หมาป่ากำลังจะกินหนูน้อยหมวกแดงมันเองก็มีนายพรานก็มาช่วยเหลือหนูน้อยหมวกแดงและได้ฆ่าหมาป่าไปหลังจากนั้นนายพรานและหนูน้อยหมวกแดงก็ผ่าท้องหมาป่านำคุณยายออกมาจากท้องหมาป่าซึ่งหมาป่าก็ได้ตายไปและคุณยายและหนูน้อยหมวกแดงก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข 

สำหรับนิทานเรื่องนี้เป็นตำนานที่เล่าขานกันมาจากรุ่นสู่รุ่นปัจจุบันนิทานปรัมปราเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ให้ทุกคนได้ดูจากการแสดงของนักแสดงโดยตรงแทนการฟังจากหนังสือนิทานและไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงนี้ก็ยังคงเป็นนิทานที่พ่อแม่สามารถนำมาเล่าให้กับลูกฟังก่อนเข้านอนได้

และไม่ว่าเด็กคนไหนที่นี่ฟังนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงนี้ก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่านิทานเรื่องนี้มีความสนุกและน่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆกันทุกคนซึ่งหลังจากที่ได้มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์นั้นนิทานหนูน้อยหมวกแดงก็ยังเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาผู้ใหญ่ที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันอีกด้วย 

สำหรับนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีนิทานเรื่องนี้ก็ยังเป็นนิทานอมตะเรื่องหนึ่งที่ใครได้ฟังก็ไม่เคยเบื่อเลยที่จะฟังซ้ำอีกจึงเรียกได้ว่านิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงคือนิทานในตำนานที่เราสามารถจดจำเรื่องราวของนิทานเรื่องนี้และมาเล่าให้ลูกหลานได้ฟังต่อไป 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame

ศิลปะกับการจินตนาการของเด็ก

Posted on 4 เมษายน 20202 เมษายน 2020Categories ศิลปะTags ,

จะเห็นได้ว่าเด็กๆนั้นล้วนแล้วแต่มีจินตนาการของตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น จินตนาการเหล่านั้นถือได้ว่าเป็นการคิดฝันว่าภาพในความใสซื่อของเด็กๆโดยการนึกคิดออกมาให้เป็นรูปแบบรูปร่างต่างๆสำหรับเด็กๆแล้วนั้นถือได้ว่าจินตนาการค่อนข้างที่จะสูงดังนั้นศิลปะกับจินตนาการของเด็กจึงเข้าคู่กัน

การที่เราให้เด็กวาดภาพต่างๆสามารถสื่อได้ถึงความนึกคิดของเด็กได้

จะเห็นได้ว่าการวาดรูปหรือการระบายสีหรือแม้แต่ทำกิจกรรมต่างๆรวมแล้วทำให้เด็กสามารถบ่งบอกถึงความนึกคิดของตัวเองได้หรือเป็นการชี้แนะแนวทางให้เด็ก ต่างนั้นมีวิธีการคิดหรือจินตนาการที่แตกต่างจากเราได้เป็นอย่างดีเด็กแต่ละคนมีความนึกคิดไม่เหมือนกันโดยสิ่งต่างๆนั้นอาจจะเกิดขึ้นจากนิสัยใจคอสภาพแวดล้อมหรือการเป็นอยู่ แต่ละคนซึ่งการเลี้ยงดูด้วยเช่นกันทำให้เด็กนั้นสามารถสร้างความคิดหรือจินตนาการของตัวเองออกมาได้ไม่เหมือนกัน

และนั่นก็ทำให้เด็กๆเหล่านั้นล้วนมีความคิดและจินตนาการเป็นของตัวเองโดยแต่ละคนก็มีการสร้างภาพวาดฝันในความคิดของตัวเองเป็นรูปแบบที่ตัวเองต้องการหรืออยากเป็นจะเห็นได้ว่าหากเรามีการสอบถามเด็กๆว่าโตขึ้นมายัง เด็กๆมักจะมีการตอบที่ค่อนข้างไม่เหมือนกันเพราะนั่นก็คือการคิดฝันหรือวาดภาพในจินตนาการของเด็กเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นความคิดที่เกิดจากความนึกคิดอยู่ในจิตใจหรือสภาพแวดล้อมของเด็กต่างๆที่มีความแตกต่างกันนั่นเอง

หากคุณอยากรู้ความคิดของเด็กๆเหล่านั้นว่าพวกเขามีจินตนาการไปถึงไหนสามารถทำได้โดยการให้เขาว่าหรือการทำอะไรก็ตามที่มันบ่งบอกถึงพฤติกรรมในความรู้สึกนึกคิดของเขาว่าพวกเขานั้นมีความรู้สึกเช่นไรศิลปะที่จะทำให้เด็กๆแสดงความนึกคิดของตัวเองออกมาได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือการวาดรูปหรือการปั้นดินน้ำมันเพราะเด็กๆเหล่านั้นมักจะมีจินตนาการที่ค่อนข้างแตกต่างกันออกไปดังนั้นการส่งผลในการวาดรูปหรือการปั้นดินน้ำมันให้เป็นรูปร่างต่างๆเป็นเรื่องราวต่างๆสามารถบ่งบอกถึงนิสัยหรือความคิดของเด็กเหล่านั้นได้เป็นอย่างดีและการทำกิจกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการทำให้เด็กมีสมาธิมากขึ้นดังนั้นศิลปะกับเด็กถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างที่จะดีเป็นอย่างยิ่ง

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามคุณควรที่จะให้เด็กของคุณหรือบุตรของคุณนั้นมีการวาดรูปหรือมีการเล่นในรูปแบบต่างๆที่มันเป็นความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาสมองและสติปัญญาของเด็กให้ดีขึ้นและแถมยังเป็นการสร้างสมาธิให้เด็กเหล่านั้นอีกด้วยการทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเด็กดังนั้นหากคุณมีเวลาว่างควรที่จะทำหรือให้เด็กเหล่านี้ฝึกการทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ไว้บ้างเพราะมันเป็นการส่งเสริมให้มันสมองของเด็กได้มีการทำงานดีกว่าให้มานั่งเล่นเกมเพราะบางคนเล่นเกมทั้งวันทั้งคืนจนติดจนเสียนิสัยหรือบางคนก็อาจจะไม่ทำอะไรเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนันออนไลน์

ประเทศญี่ปุ่นที่มีวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนประเทศอื่น

Posted on 29 มีนาคม 202026 มีนาคม 2020Categories ประวัติและตำนานTags

สำหรับที่ญี่ปุ่นในมุมมองของเราในทุกวันนี้ซึ่งมันอาจจะเป็นการผสมผสานกันกับทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยผสมกับทางวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นที่คนอย่างพวกเรานั้นยากที่จะเข้าใจมันอย่างสุดๆแต่ถ้าอย่างไรก็ตามในความที่จะเข้าใจยากแบบนี้มันก็ยังมีอีกหลายส่วนที่ชวนให้น่าค้นหาแต่มันจะมีอะไรนั้นมาดูกันเลย

ตู้ขายของหยอดเหรียญที่ขาย ทุกอย่าง

หากเราจะพูดถึงตู้ขายของสินค้าหยอดเหรียญแล้วหลายคนก็อาจจะคิดแค่ว่ามันก็ไม่ได้เห็นแปลกแต่ช้าก่อนเพราะที่ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมันสุดแปลกจริงๆมันแปลกตรงที่ว่านอกจากคุณจะเจอนำหวานและน้ำอัดลมตามที่ตู้ต่างๆแล้วมันก็ยังมีขายอย่างอื่นอีกด้วยและนอกจากอาหารที่ได้ปรุงสำเร็จใหม่ๆมันก็ยังมีร่มมีเซ็กทอยและยังมีกางเกงในเป็นต้น 

Aokigahara ( Suicide Forest ) ป่าแห่งการฆ่าตัวตาย

ป่าแห่งนี้ได้อยู่ใต้ของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งมันได้เต็มไปด้วยต้นไม้ที่หนาแน่นมากจนไม่มีสัตว์ในป่าได้อาศัยอยู่มันจนทำให้ในป่าแห่งนี้เหงามากและจึงได้ทำให้คนจะนวนที่ประเทศญี่ปุ่นไม่น้อยต่างก็ได้เลือกสถานที่แห่งนี้เป็นที่ปปิดชีพของตัวเองที่นี้ยังได้เป็นที่ได้กล่าวขานว่าได้มีปีศาจและวิญญาณในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นวนเวียนอยู่ด้วยจากนั้นทางการรัฐบาลญี่ปุ่นก้ได้ออกมาแก้ไขเพื่อไม่ให้ผู้คนได้เข้าไปฆ่าตัวตายในพื้นที่ในป่าแห่งนี้โดยมีการติดป้ายเอาไว้มากมายตรงทางเข้าว่า  ครอบครัวของคุณรักคุณ เพื่อเป็นการเตือนสติแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยจนทำให้สถานที่แห่งนี้ได้มีผู้คนเข้ามาตายเป็นอันดับที่สอง

Kancho

Kancho นั้นมันคือการแกล้งกันสำหรับระหว่างเด็กที่ประเทศญี่ปุ่นที่ในบางที่ที่อาจจะดูแล้วมันอาจจะเปนการคุกคามทางเพศได้เพราะมันคือการที่ทำใอให้เป็นรูปปืนและได้แทงเข้าไปที่ข้างหลังของเป้าหมายหรือคือการแทงเข้าไปที่ก้นนั่นเอง ซึ่งในหลายครั้งอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บกันได้เลยทีเดียวแต่นี่มันก็คือการแกล้งกันต่อๆกันมาในรุ่นสู่รุ่น

Mascot แสนน่ารัก

ก็คงจะไม่ต้องที่จะพูดอะไรกันมากกับเรื่องวัฒนธรรมของตัว Mascot แสนน่ารัก เพราะที่เรานั้นว่ามันแปลกไม่ใช่เรื่องอะไรแต่มันเป็นการที่คนในประเทศญี่ปุ่นนำเอา Mascot แสนน่ารัก นำเอามาเป็นตัวแทนเกือยจะทุกอย่างไม่ว่ามันจะเป็นข้อความที่จะส่งถึงผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาไม่ว่าจะซีเรียสสักแค่ไหนก็ยังสามารถที่จะเอาตัว Mascot แสนน่ารัก มาแทนได้ยกตัวอย่างเช่นรณรงค์การงดสูบบุหรี่ หรือ การรณรงค์การอพยพหนีไฟในรถใต้ดินเป็นต้น

3คำสาปที่ใครได้ครอบครองก็จะต้องมีอันเป็นไป

Posted on 26 มีนาคม 202026 มีนาคม 2020Categories ประวัติและตำนานTags

สำหรับเรื่องราวเหล่านี้ที่ใครต่อใครก็อาจจะต้องจบชีวิตลงด้วยสิ่งของที่ได้เอามาไว้ในครอบครองแต่เขานั้นก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งของเหล่านั้นมันมีคำสาปเอาไว้จะคนที่ได้เสียชีวิตไปแล้วและมันจะมีคำสาปของใครกันบ้างไปดูกัน

ตำนานคำสาปอาถรรพ์รอบโลก

คำสาปฟาโรห์แห่งอียิปต์ในปี1922 ได้มีนักโบราณคดีชาวอังกฤษโฮเวิร์ด สตาร์คก็ได้เข้าไปพบสุสานโบราณที่หุบผากษัตริย์อายุประมาณ1,400ปี ก่อนคริสต์ศักราช สุสานแห่งนี้ได้เป็นสุสานของฟาโรห์ที่ได้มีพระนามว่า ตุตันคามุน ได้เป็นกษัตริย์ราชวงค์ที่18 ได้ครองบัลลังก์แห่งอียิปต์หลังจากที่การถูกค้นพบจากนั้นก็ได้เกิดเหตุการที่ลึกลับเกิดขึ้นเมื่อทีมงานที่ได้ค้นพบสุสานได้เสียชีวิตและได้สูญหายรวมประมาณ22คนได้สาเหตุที่ดูแปลกๆ เช่น ป่วยไข้ตาย โดนฆาตกรรม หรือ ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ

จนได้มีการล้ำลือกันมาว่าได้โดนคำสาปแช่งของฟาโรห์เพราะได้เชื่อมโยงกับหลักฐานที่ได้พบเป็นข้อความที่ได้บันจุอยู่ในสุสานว่ามรณะจะโบยบินมาสังหารสู่ผู่ที่เข้ามารังควานสสันติสุขแห่งพระองค์ฟาโรห์ ซึ่งชาวอียิปต์โบราณต่างก็ได้เชื่อในคำสาปนี้มากเพราะพวกเขาได้มีศรัทธาในเรื่องของชีวิตในหลังของความตาย

คำสาปเพชร โฮป 

โครตเพชรอาถรรพ์ได้ว่ากันว่าพ่อค้าเพชนชาวฝรั่งเศษได้ขโมยมาจากหน้าผากของเทวรูปฮินดูในวิหารแห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย โดยชาวอินเดียได้เชื่อว่ามันผู้ใดที่ได้ขโมยหรือได้ครอบครองเพชรโฮปก็จะต้องประสบในความวิบัติทุกๆรายไปและในปี1668 พ่อค้าก็ไดนำเอามาทวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในความโชคร้ายก็ได้เข้ามาครอบงำพระราชวงได้รับภัยที่ร้ายกาจจากการปฏิวัติของฝรั่งเศสอยู่ตลอดและในเวลาต่อมาเพชรก็ได้ถูกเปลี่ยนมือไปอย่างหลายมือ

แต่ในทุกคนที่ได้ครอบครองก็ลวนแล้วแต่จะต้องกับกับความหายะนี้และจนในที่สุดเมื่อในปี1958 นายแฮรี่ วินตันเจ้าของเพชรคนสุดท้ายจึงได้ตัดสินใจที่จะเอาเพชรไปบริจากให้กับสถาบันสมิธโซเนียนที่วอชิงตัน ดีซีซึ่งทางเพชรโฮปก็ได้อยู่อย่างสงบที่นั่นจนมาถึงปัจจุบันนี้

คำสาปเตคัมเซ่ ผู้นำเผ่าอินเดียแดง

เตคัมเซ่ได้เป็นผู้นำเผ่าของอินเดียแดงเหตุได้เกิดมาจากอเมริกาสมัยประธานาธิบดีแฮริสันจากนั้นเขาก็ได้ยินครองในพื้นที่ของชนเผ่าของเตคัมเซ่ ที่ได้มีการสาปแช่งเอาไว้ว่าผู้ที่ได้เข้ามารุกรานและได้เข้ามายึดครองดินแดนของพวกเขาจะต้องตายกันทุกคนคำสาปเตคัมเซ่เป็นคำสาปหมายเลขศูนย์จะสําริดผลก็ต่อเมื่อเกิดการเลือกตั้งตามหลักประชาธิประไตในปีที่ลงท้ายด้วยหมายเลขศูนย์และได้มีระยะเวลาห่างกัน20ปี

คนแรกที่ได้ตกเป็นเหยื่อคำสาป วิลเลียม เฮนรี แฮร์ริสัน ที่ได้รับเลือกตั้งในปี1880 เขาได้เสียชีวิตในที่ทำงานลินคอล์นได้รับเลือกตั้งในปี1860 และในชื่อทั้งหมดนี้ก็ได้ถูกล้อมสังหารทั้งหมดเหตุการณ์ตัวอย่างเหล่านี้อเมริกาบางส่วนเชื่อวว่าได้เป็นคำสาปของเตคัมเซ่เมื่อเงื่อนไขตรงกันผู้นำก็จะต้องตาย

แมลงสาปทำไมหัวขาดแล้วถึงไม่ตาย

Posted on 22 มีนาคม 202022 มีนาคม 2020Categories ประวัติและตำนานTags

เคยได้ยินหรือเปล่าว่าแมลงสาปที่มันหัวขาดออกจากตัวมันไปแล้วแต่มันยังไม่ตายนั้นมันเป็นเพราะอะไรกันซึ่งหลายคนก็อาจจะสงสัยอยู่แน่นอนและนั่นมันก็เป็นเพราะว่าด้วยลักษณะโครงสร้างของแมลงสาปนั้นจึงทำให้มันนั้นทรทานต่อแรงกระแทกและอื่นๆอีกมากมายซึ่งในบางครั้งเราก็ได้เอาของที่มีน้ำหนักเอามาทับมันเอาไว้แต่มันก็ไม่ตายอยู่ดีและที่อึดไปกว่านั้นก็คือหัวมันขาดไปแล้วแต่มันก็สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้เป็นอาทิตย์เลยทีเดียว

ซึ่งจะนับได้ว่ามันได้เป็นเรื่องที่หน้าสุดแปลกมากเลยจริงๆและแมลงสาปที่ได้โดนตัดหัวไปแล้วยังไม่ตายล่ะแต่ในขณะที่มนุษย์นั้นโดนตัดหัวแล้วยังตาย ซึ่งทางด้านนักวิทยาศาสตร์ก็ได้ออกมาอธิบายและได้เปรียบเทียบระหว่างคนกับแมลงสาปโดนตัดหัวกันนะว่าคนเรานั้นเมื่อได้โดนตัดหัวแล้วจะเสียชีวิตทุกรายเป็นเพราะแรงดันเลือดนั้นมันต่ำลงและไม่ทำให้สามารถที่จะส่งงออกซิเจนและสารอาหารเดินทางเพื่อไปเลี้ยงในส่วนเนื้อเยื่อในส่วนต่างๆของร่างกายได้และอีกประการหนึ่งก็คือคนเรานั้น

ได้หายใจทางปากและจมูกและยังมีสมองที่คอยควบคลุมในการทำงานในหน้าที่สำคัญและเมื่อไม่มีศรีษะแล้วระบบหายใจนั้นมันก็จะหยุดทำงานและไม่มีช่องทางสำหรับอาหารที่จะเข้าสู่ร่างกายแต่ในกลับกันระบบร่างกายของแมลงสาปนั้นมันก็ไม่ได้จะเป็นอย่างนั้นเลยเพราะว่าแมลงสาปนั้นไม่มีแรงดันโลหิเหมือนกันกับคนและมันก็ไม่มีเครือข่ายเส้นเลือดหรือเส้นเลือดฝอยเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนเพราะแมลงสาปใช้ระบบเส้นเลือดไหลเวียนแบบเปิด

ซึ่งได้มีแรงดันโลที่น้อยมากหลังจากที่แมลงสาปได้ถูกตัดหัวมันออกไปแล้วนั้นแผลที่คอของมันก็จะสหมานอย่างรวดเร็วจึงทำให้เลือดไหลออกมาทลักจนตายแต่พวกมันก็ยังสามารถที่จะหายใจผ่านทางท่อหายใจที่มีขนาดเล็กที่อยู่ในส่วนต่างๆของร่างกายได้และไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สมองเพื่อหายใจและเลือดก็ไม่ได้เป็นตัวลำเรียงออกซิเจนไปทั่วร่างกายแต่เนื้อเยือต่อตรงกับท่อหายใจโดยตรงนั่นเองมันจึงสามารถที่จะมีชีวิตอยู่รอดได้ยังไงล่ะเป็นไงกันบางล่ะ

หลังจากที่ได้เรียนรู้เรื่องของแมลงสาปกันไปแล้วทุกๆคนมีความเห็นกันบ้างอย่างไรกับเรื่องราวของแมลงสาปนี้สำหรับครั้งนี้มันก็จะทำให้ใครหลายๆคนที่ยังสงสัยอยู่ก็ได้หายสงสัยกันไปแล้วเนอะและใครที่ได้รู้เรื่องเหล่านี้แล้วก็อย่าไปรังแก่สัตว์กันนะ

เสืออาถรรพ์ในป่าดงดิบ

Posted on 17 มีนาคม 202017 มีนาคม 2020Categories ประวัติและตำนานTags

ณ เขตชายแดนติดต่อกับประเทศเขรมของภาคอีสานแห่งหนึ่ง

เส้นทางนั้นแสนจะลำบากในทุกๆฤดูเป็นเวนกรรมของผู้ที่ใช้เส้นทางนี้หมู่บ้านมะแว้งได้ตั้งอยู่ในดงไม้ที่หนาแน่นไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นคนที่ริเริ่มในการที่มาลงหลักปักฐานถึงแม้จะเป็นกลางดงลึกแต่ก็มีคนอาศัยอยู่50หลังคาเรือนอาจจะเป็นเพราะดินค่อนข้างที่จะต่ำน้ำค่อนข้างที่จะชุ่มจากต้นน้ำหลายๆสายของทิวเขาตลอดทั้งชายแดนก่อนจะเข้าพรรษาเดือนพฤษภาคม

ก่อนฝนจะมาชาวบ้านบ้านมะแว้งได้มีโอกาสต้อนรับพระภิกษุสงฆ์อายุราวๆ60ปีเศษท่านได้ธุดงค์ผ่านมาท่านก็ได้พูดกับชาวบ้านว่าเข้าพรรษาปีนี้อาตมาประสงค์จะจำวัดอยู่ที่หมู่บ้านมะแว้งแห่งนี้ชาวบ้านต่างก็ดีใจยิ่งนักจึงได้พร้อมใจกันช่วยกับบ้านกุฏิขึ้นมาหนึ่งหลังให้เป็นที่พักชั่วคราวของพระธุดงค์เลือกสถานที่ต้นแม่น้ำเพราะเห็นมีความวิเวกดีชาวบ้านมะแว้งมีอุปนิสัยชอบในการทำบุญถึงเมื่อจะเป็นหมู่บ้านที่ยากจนแต่ทุกคนก็มีศรีธรรมรักไข้กันดี

จึงทำให้หลวงพ่อพระธุดงค์ชื่นชมอย่างพอใจในพรรษาชาวบ้านได้อยู่เย็นเป็นสุขกันมาจนในกระทั่งได้ผ่านมาถึงเดือนสุดท้ายก่อนออกพรรษาข้าวในนาตั้งสวยอากาศเย็นก็เริ่มมาท้องฟ้าที่เคยมืดมิดพอเมฆฝนได้หายไปมีปุยฝ้ายเข้ามาแทนที่แต่นำในห้วยก็เริ่มที่จะขาดแคลนและข่าวร้ายก็ได้กระจายไปทั่วหมาบ้านหมูแม่พันธุ์ที่มีอยู่ตัวเดียวของนายมิ้งที่ได้เลี้ยงเอาไว้ได้หายไปในตอนกลางคืนนายพรางคงชี้ชัดบอกว่าเสือมาคาบเอาไปกิน

เพราะบริเวณรอบบ้านมีรอยเท้าเสือเต็มไปหมดตั้งแต่นั้นมาวันควายก็ได้เริ่มหายไปเรื่อยๆแม้แต่สัตว์เล็กเป็ดไก่ก็ได้หายไปด้วยเป็นที่หวาดกลัวของชาวบ้านมะแว้งยิ่งนักใครที่มีวัวมีควายต่างก็จะนำเอามาผูกรวมกันเอาไว้ที่กลางหมู่บ้านและได้ก่อกองไฟเปลี่ยนยามกันอย่างหนาแน่นพอค่ำหน่อยต่างก็ปิดประตูหน้าต่างกันเงียบไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเด็กที่ร้องไห้เพราะกลัวเสือจะคาบเอามันไปกินใครมีธุระออกมาตอนกลางคืนจะไม่มีบ้านไหนเปิดประตูต้อนรับเป็นอันขาด

และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ชาวบ้านมะแว้งต้องสยองขวัญเพราะเสือได้คาบหมู่ของนายอินกับนางจันทร์อีกหนึ่งอาทิตย์จะออกพรรษาหน้าหัวบ้านก็เรียกลูกบ้านออกมาประชุมกันถึงเรื่องงานบุญในปีนี้ว่าจะเอาอย่างไรกันดีพอได้มีเสือเข้ามาในหมู่บ้านได้มีผู้หารกล้าห้าถึงหกคนอาสาที่จะไปจัดการกับเสือร้ายโดยนายพรานคงเป็นหัวหน้าพรานคงให้นายวินเอาหมูออกไปล่อที่กลางทุ่งและพวกของพรานคงก็ทำคัดห้างที่ต้นไม้ใหญ่คอยจับตาดูว่าเสือจะออกมาคาบหมูที่ผูกเอาไว้ตอนไหนเสือมันก็รู้ตัวไม่ยอมออกมาให้เห็นง่ายๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  nowbet

ประวัติเจ้าแม่กวนอิม

Posted on 15 มีนาคม 202015 มีนาคม 2020Categories ประวัติและตำนานTags

  เดิมเจ้าแม่กวนอิมนามว่า เมี่ยวเซียง 

ซึ่งท่านนั้นเป็นพระธิดาของเจ้าเมืองผู้ครอบครองอาณาจักร ซิงหลินอัน  ซึ่งเจ้าแม่กวนอิมเป็นพระธิดาองค์ที่ 3 พระบิดาของเจ้าแม่กวนอิมเป็นผู้ที่ชื่นชอบการทำศึกสงครามโดยมีพระราชบุตรเขยคือสามีของพี่สาวของพระองค์ร่วมกันช่วยออกรบ จนเป็นที่เกรงกลัวของคนทั่วไป โดยพระบิดาของพระองค์ได้มีการทำศึกสงครามขยายอาณาเขตไปทั่ว และพระองค์ไม่นับถือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  แต่เจ้าแม่กวนอิมกลับไม่เป็นเช่นพระบิดา พระองค์มีพระสิริโฉมที่งดงาม

และยังเป็นคนที่มีจิตใจดี มีเมตราโอบอ้อมอารี คอยช่วยเหลือคนที่เจ็บไข้ได้ป่วย คนยากจนอยู่เสมอ แม้แต่พวกเชลย ที่ถูกพระราชบิดาของพระองค์จับมาขังเอาไว้ พระองค์ก็ยังทรงเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งการช่วยเหลือคนอื่นในแต่ละครั้งนั้น พระองค์จะต้องแอบช่วยเหลือเพื่อไม่ให้พระบิดารู้เพราะจะถูกทำโทษอย่างหนัก 

ซึ่งเรื่องที่พระองค์มักจะปลอมตัวออกไปเพื่อช่วยเหลือคนนั้น พระมารดาของพระองค์ก็ทรงทราบเรื่องและได้คอยเตือนให้พระองค์ระวังตัวอยู่เสมอ และเมื่อถึงวัยที่ควรมีคู่ครองพระบิดาของเจ้าแม่กวนอิมก็ทรงสั่งให้พระองค์เลือกคนที่จะมาแต่งงานด้วย แต่พระองค์กลับปฏิเสธและบอกว่าจะไม่ขอมีคู่ครองพระองค์จะออกบวชเป็นพระภิกษุนี และจะบำเพ็ญเพียรจนให้บรรลุถึงพระโพธิญาณ เพื่อนำคำสอนของพระธรรมมาเผยแพร่ให้กับคนทั่วไปรวมถึงเป็นการสร้างบุญเพื่อให้พ่อกับแม่ได้ขึ้นไปสู่สรรค์

ซึ่งพระบิดาของพระองค์ได้หว่านล้อมพระองค์ทุกทางแต่ไม่สำเร็จด้วยความโกรธพระบิดาจึงยอมให้พระองค์ไปบวชที่วัดแห่งหนึ่งแล้วให้ทำงานเองทุกอย่างทั้งตักน้ำ กวาดลานวัด หุงข้าวกินเองแต่ด้วยบุญบารมีทำให้เหล่าเทพยดา ต่างก็ลงมาคอยช่วยเหลือองค์เจ้าแม่กวนอิม เมื่อพระบิดารู้ข่าวก็ให้คนไปเผาวัดเพราะกลัวประชาชนจะเกิดความเลื่อมใสศัทธาต่อพระพุทธศาสนา แต่เจ้าแม่กวนอิมก็ตั้งจิตอธิฐานขอเป็นคนรับกรรมคนเดียว อย่าให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนด้วย

และขอให้พระองค์ได้มีโอกาสช่วยเหลือให้คนอื่นอื่นพ้นทุกข์ หลังจากอธิฐานเสร็จฝนก็ตกลงมาทำให้ไฟที่ไหม้วัดดับลง หลังจากนั้นพระบิดาทรงทราบเรื่องจึงได้ให้ทหารจับเจ้าแม่กวนอิมเข้าวังและให้ประหารชีวิตแต่ไม่มีอาวุธอะไรทำร้ายร่างกายพระองค์ได้ จนต้องนำผ้ามาผูกคอพระองค์ทำให้พระองค์เสียชีวิตลงหลังจากร่างล้มลง หลังจากนั้นก็มีควันสีขาวพุ่งตรงมาที่ร่างของเจ้าแม่กวนอิมแล้วกลายร่างเป็นเสือมาคาบร่างของเจ้าแม่กวนอิมไปและพระองค์ก็ฟื้นขึ้นมาในป่า

ก็เจอกับหนุ่มหล่อมาทดสอบพรหมจรรย์ของพระองค์ แต่พระองค์ก็ทำให้เห็นว่าพระองค์มั่นคงต่อการบำเพ็ญเพียรไม่สนใจชายคนดังกล่าว ชายคนนั้นจึงแสดงตนว่าเป็นพระโพธิสัตว์และพาเจ้าแม่กวนอิมไปฝึกบำเพ็ญตนจนครบ 9 ปีพระองค์จึงได้บรรลุเป็นพระโพธิสัตว์ ที่คอยมาช่วยเหลือผู้คนนับแต่นั้นเป็นต้นมา

 

สนับสนุนมาจาก  dewabet

ตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร

Posted on 9 มีนาคม 20209 มีนาคม 2020Categories ประวัติและตำนานTags

ตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร

        อย่างที่เราทราบกันดีว่าหลวงพ่อโสธร เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านในจังหวัดฉะเชิงเทราหรือจะเป็นจังหวัดอื่นอื่นก็ตาม ต่างก็ให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อโสธรกันมากและมีเรื่องเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่านมากมายแทบจะเล่ากันไม่หวาดไม่ไหว  ซึ่งหลวงพ่อโสธรเป็นเสมือนศูนย์รวมแห่งจิตใจของชาวบ้านเลยก็ว่าได้ หากใครที่เดือนเนื้อร้อนใจ ต้องการหาที่พึ่งทางจิตใจก็มักจะเดินทางมากราบไหว้ขอพร หรือบนบานศาลกล่าวกับองค์หลวงพ่อโสธรกันทุกครั้งไป ซึ่งเราจะมาเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธรที่ทุกวันนี้ยังมีการกล่าวขานถึงกันอยู่ไม่รู้ลืม

              มีเรื่องเล่ากันว่าแต่เดิมแล้วเมืองฉะเชิงเทรานั้นมีคนอาศัยอยู่น้อยมาก การค้าขายก็ไม่ค่อยเจริญรุ่งเรืองมากสักเท่าไหร่ ไม่ค่อยมีความสะดวกสบายคนจึงไม่ค่อยมาอยู่อาศัยกัน แต่เมื่อหลวงพ่อได้มาประดิษฐานอยู่ที่วัดเสาธงทอนแล้ว ชาวบ้านก็พากันมาขอพร ขอให้หลวงพ่อโสธรช่วยเรื่องการค้าขาย ให้ขายของได้คล่องและใครที่พายเรือผ่านมาถึงหน้าวัดที่หลวงพ่ออยู่ก็มักจะตัดเอาน้ำไปดื่มกิน และอาบ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตของตัวเอง หรือบางคนก็นำไปพรมเป็นน้ำมนต์ใส่สินค้าที่อยู่บนเรือเพื่อให้ชายสินค้าได้ง่าย

ซึ่งชาวบ้านได้บอกกันปากต่อปากว่าสิ่งที่ชาวบ้านทำนั้นสัมฤทธิ์ผล เพราะการค้าขายดีขึ้นกว่าเดิมมาก และหากใครก็ตามที่มาขอให้หลวงพ่อโสธรช่วยกันจะสมหวังกันทุกรายไป จนเป็นที่เลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน  และเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เมืองนี้เกิดโรคระบาดขึ้น ประชาชนพากันเจ็บป่วยล้มตายกันเป็นจำนวนมาก มีครอบครัวหนึ่งป่วยติดโรคระบาดนี้กันทั้งครอบครัว หัวหน้าครอบครัวก็คือพ่อได้พาภรรยาและลูกเดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อโสธร และนำดอกไม้ธูปเทียนมาไหว้ พร้อมทั้งตั้งจิตอธิฐานบนกับหลวงพ่อขอให้มีปาฎิหาริย์ให้ทุกคนในครอบครัวหายจากอาการเจ็บข้าได้ป่วยในครั้งนี้

ซึ่งหลังจากไหว้เสร็จ เขาได้นำ ขี้ธูป ดอกไม้ที่นำมาไหว้แล้วเหี่ยวแล้ว และน้ำมันจากหลวงพ่อโสธร โดยเอาทั้งสามอย่างนี้มาต้มน้ำแล้วกินและอาบ ซึ่งผลทีส่งมาคือ ทั้งครอบครัวหายจากโรคระบาดที่เป็นอยู่ ซึ่งหลังจากหายก็มีการมาแก้บน และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ชาวบ้านคนไหนที่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจก็จะมาตั้งจิตอธิฐานขอพรกับหลวงพ่อโสธรและเมื่อสำฤทธิ์ผลแล้วก็จะกลับมาแก้บนกันทุกครั้ง

 

สนับสนุนโดย  rb88

ตำนานเสือใบ

Posted on 7 มีนาคม 20207 มีนาคม 2020Categories ประวัติและตำนานTags

เรื่องราวของเสือใบเขาได้ผ่านดีผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายและจนในที่สุดก็ได้สงบลงได้ใต้ร่มเงาของธรรมะเสือใบมีอายุ79ซึ่งได้เป็นยุคเดียวกับกับ เสือฝ้าย เสือดำ เสือมเหศวร ในปัจจุบันเหลือเพียงแค่สองคนคือ เสือมเหศวร เสือใบ เขาได้เป็นเพื่อนกันอายุห่างกัน2ปี เสือใบได้ออกคุกมาเมื่อประมาณปี2506 ก็35ปีมาแล้วได้ติดคุกอยู่ประมาณ16ปี

ได้ถูกตัดสินประชีวิตแต่ก็ได้รับอภัยโทษจากนั้นก็ได้เริ่มเข้าสู่การเป็น เสือใบ และได้ตั้งชุมโจมตั้งแต่อายุ23 24ปี และเหตุนี้ที่ทำให้ได้กลายเป็นเสือตามหลักเสือใบก็เป็นคนที่ช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนาเป็นคนชาวสุพรรณบุรี ที่นี่ก็มีพวกนักเลงเขามาขโมยควายและยังไม่พอยังได้เข้ามาฉุดน้องเมียของเสือใบไปอีกจากนั้นเสือใบก็เริ่มที่จะทนไม่ไว้เสือใบได้นำปืนหนับหลัง

เพราะเขานั้นได้รู้แล้วว่าคนที่เข้ามาฉุดน้องเมียของเขานั้นเป็นใครพอรู้เท่านั้นแหล่ะเสือใบก็ได้ยิงปืนทันทีพร้อมกับลูกน้องประมาณสามคนด้วยความที่เขานั้นได้กระทำลงไปเป็นเพราะเพียงอารมณ์ชั่ววูบได้ความที่เขานั้นอายุยังเด็กอยู่บวกกับความคิดยังเด็กอยู่จากนั้น เสือใบ ก็ได้หนีเข้าไปเจอกับ เสือฝ้าย

จากนั้นเสือฝ้ายก็ได้พาออกปล้นทันทีที่แรกที่ไปปล้น คหบดีซึ่งเป็นผู้มีเงินทองมากมายจากนั้นพอได้ทำการปล้นเสร็จแล้ว พวก เสือใบก็ได้เดินออกมาก็ถูกยิงแต่ยิงไม่เข้าเพราะ เสือใบนั้น มีพระ และ คาถา ปลุกตัว จากนั้นเสือใบก็ได้อยู่กับ เสือฝ้ายประมาณ4เดือนจากนั้นก็ได้ถอยออกมาจากนั้น เสือใบ ก็ได้ตั้งชุมโจรต่างหากสาเหตุที่ เสือใบ

ออกมาตั้งชุมเองนั้นเป็นเพราะว่าถ้าหากเสือใบนั้นยังคงอยู่กับ เสือฝ้าย เสือฝ้ายก็จะใช้ให้ปล้อจี้ต่างๆเพราะเหตุนี้เสือใบเองก็เลยมาตั้งชุมเป็นของตัวเองเพื่อจะให้หนักนั้นได้กลายเป็นเบาจากนั้นก็ได้มีลูกน้องของเสือฝ้ายเข้ามาอยู่ด้วยจากนั้นเสือใบเองก็เลือกปล้นเหมือนกันจะปล้นเฉพาะเขาจะเลือกปล้นคนที่รับจำนองที่ดินพวกที่โกงพวกชาวบ้านพอเขาปล้นเสร็จก็จะเอาไปแจกพวกชาวบ้านคนจน

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  entaplay