ตำนานขุนทรัพย์อาถรรพ์วัดกุฎีดาว 

Posted on 31 พฤษภาคม 202031 พฤษภาคม 2020Categories ตำนานTags ,

              ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเขตอำเภอเมืองมีวัดอีกวัดหนึ่งชื่อมีชื่อเสียงโด่งดังนั่นก็คือวัดกุฎีดาว ซึ่งวัดแห่งนี้มีตำนานความเชื่อเล่าต่อๆกันมาว่าที่วัดแห่งนี้มีทรัพย์สินเงินทองมากมายที่มีการฝังเอาไว้บริเวณรอบๆวัดรวมทั้งสิ้นแล้วถึง 16 แห่งด้วยกัน และยังมีคนเจอลายแทงสมบัติด้วย เรื่องเล่านี้โด่งดังไปจนถึงกรมศิลปากรได้ทราบเรื่องเข้าจึงอยากจะเข้ามาขอค้นหาทรัพย์สมบัติมีค่าของประเทศเพื่อเอาไปเป็นทรัพย์สินของประเทศชาติจึงได้ทำเรื่องขอเข้ามาขุดค้นหาทรัพย์สิน 16 แห่งที่วัดกุฎีดาวแห่งนี้

โดยครั้งแรกที่มีการขอเข้ามาขุดคนนั้นคือปีพุทธศักราช 2503 และเมื่อทางเจ้าหน้าที่ทางกรมศิลปากรมากค้นหาเขาได้นำอุปกรณ์ค้นหาที่เรียกว่ามายนิเทคเตอร์อุปกรณ์นี้อุปกรณ์ที่สามารถตรวจจับวัตถุที่เป็นทองได้ว่าอยู่ตรงบริเวณไหน และพวกเขาก็ค้นหาเจอจริงๆ เมื่อเครื่องจับหาทองคำร้องบอกว่ามีทองคำอยู่ข้างล่างใต้ดินแต่เมื่อพวกเขาทำตามขุดลงไปด้านล่างตามที่เครื่องบอกพวกเขากลับไม่พบทรัพย์สมบัติอะไรเลย

นอกจากพี่กรมศิลปากรจะไม่พบสมบัติแล้วพวกเขายังเจอเกี่ยวกับเรื่องราวแปลกประหลาดมากมาย  เช่นพบเห็นชายแต่งชุดโบราณคล้ายๆกับชุดนักรบแต่ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับเหล่าเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรนั่นก็คือชายคนดังกล่าวนั้นไม่มีหัวอยู่บนบ่า หรือบางคนเล่าว่าหลังจากที่เสร็จงานแล้วเข้าที่พักพวกเขาต่างก็ได้ยินเสียงคนมาขุดดินบริเวณที่พวกเขาขุดกันอยู่

แต่เมื่อพวกเขาออกไปดูก็ไม่พบเห็นว่าใครจะมาขุดดินบริเวณนั้นเลย จนในที่สุดพวกเขาก็ไปปรึกษาพระอาจารย์ท่านหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของการจะนำทรัพย์สมบัติขึ้นมาจากใต้ดินเมื่อขุดไปแล้วก็ไม่พบรวมถึงเรื่องของการพบวิญญาณของนักรบกวนคอยเฝ้าสมบัติอยู่ ซึ่งพวกเขาอยากรู้ว่าวิญญาณของชายหัวขาดนั้นคืออะไรกันแน่โดยพระอาจารย์ก็ได้เล่าให้ฟังว่านั่นคือปู่โสมเป็นวิญญาณที่จะคอยเฝ้าสมบัติของชาติไม่ให้ใครเอาไปได้ และวิญญาณของหลวงปู่สมที่มาให้นักโบราณคดีเห็นนั้นกำลังโกรธแค้น

เจ้าหน้าที่ที่มาขุดสมบัติอย่างมากเนื่องจากว่าปู่โสมเห็นว่าเจ้าหน้าที่หลายคนที่พากันมาช่วยขุดสมบัตินี้หวังที่จะเอาทรัพย์สมบัติเหล่านี้เป็นของส่วนตัวของตนเอง และปู่โสมไม่ได้แค่อย่างเดียวเท่านั้นปู่โสมได้มีการสาปแช่งลูกหลานคนไหนก็ตามที่ต้องการมาเอาทรัพย์สมบัติของธาตุไปเป็นสมบัติของส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนั่นทำให้เจ้าหน้าที่ที่มาขุดหาทรัพย์สมบัตินั้น

ไม่ได้กลัวมากนักเพราะต่างก็ยังไม่มีใครจะสมบัติเลยแต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีเรื่องราวแปลกๆเกิดขึ้นเมื่อมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุและยังมีเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งที่หายสาบสูญไปโดยไม่ทราบสาเหตุเช่นเดียวกัน และคนที่เป็นหัวหน้านำเจ้าหน้าที่มาขุดหาขุมทรัพย์ที่นี่ก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเงินทำอะไรก็ประสบแต่ความล้มเหลวเริ่มนับตั้งแต่นั้นก็ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนกล้าที่จะมาขุดสมบัติที่นี่อีกเลย

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าsagame

ตำนานไอ้คง ผีเฝ้าศาลาหน้าวัดตูม 

Posted on 31 พฤษภาคม 202031 พฤษภาคม 2020Categories ตำนานTags ,

วัดตูมเป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา  โดยวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนสายประตูชัย  อยู่ในอำเภอ พระนครศรีอยุธยานั่นเอง  สำหรับที่วัดตูมนี้มีอายุเก่าแก่มานานหลายร้อยปีแต่ก็มีการบูรณะซ่อมแซมและได้มาซึ่งในสมัยของรัชกาลที่ 4 นั้นวัดตูมได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นวัดพระอารามหลวงซึ่งที่วัดตูมแห่งนี้บริเวณหน้าวัดจะมีศาลาท่าน้ำเก่าหลังคาจะมุงด้วยกระเบื้องดินเผา

ซึ่งศาลาท่าน้ำนี่เองที่เป็นตำนานเล่าขานกันมาว่าเป็นศาลาที่มีผีและมีความเฮี้ยนสุดๆ  ตามตำนานที่มีการเล่าขานกันเรื่อยมาถึงความเฮี้ยนของผีที่นี่ระบุว่าในช่วงเวลาที่เริ่มใกล้พบค่ำในทุกๆวันนั้นชาวบ้านที่เดินไปเดินมาผ่านมาแถวนี้มักจะมองเห็นว่าจะมีคนนั่งอยู่บริเวณที่ศาลาริมน้ำแห่งนี้พร้อมทั้งนำผ้าสีขาวมาคลุมตั้งแต่หัวจดเท้าเหลือแต่ใบหน้าออกมายืนทักทายให้กับคนที่เดินผ่านไปมาได้เห็นอยู่เป็นประจำ

ซึ่งใบหน้าดังกล่าวนั้นก็มักจะเป็นสีดำมืด ชาวบ้านมักจะมองไม่เห็นใบหน้ามองเห็นเพียงแค่สีดำๆเท่านั้นซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านที่อยู่แถวนี้กันเป็นอย่างมากดังนั้นในทุกๆเย็นเมื่อถึงเวลาใกล้ภพค่ำชาวบ้านที่อยู่บริเวณแถวหน้าวัดตรงใกล้ๆกับศาลาริมน้ำแห่งนี้จึงต่างปิดบ้านและไม่เคยออกมานอกบ้านในช่วงเวลากลางคืนกันเลยสำหรับเรื่องเล่านี้มีการเล่าขานกันว่าน่าจะเป็นวิญญาณของไอ้คงซึ่งเขาเล่าว่าไอ้คนนั้นมาอาศัยหลับนอนอยู่ที่วัดแห่งนี้โดยไอ้คนนั้นเป็นชายที่สติไม่ดี  ซึ่งใช้สติไม่ดีคนนี้มักจะไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าทางด้านเจ้าอาวาสจึงได้ให้เด็กวัดนำจีวรเก่าๆไปให้ไอ้คงใช้สติไม่ดีคนนี้

สวมใส่เริ่มนับตั้งแต่นั้นมานายคงก็อาศัยอยู่ในวัด   อาศัยกินข้าวที่พระแบ่งให้รวมถึงใช้จีวรที่พระมอบให้แต่แล้วอยู่ดีๆอยู่มาวันหนึ่งนายคง ก็เสียชีวิตยังไม่ทราบสาเหตุซึ่งทางด้านเจ้าอาวาสของวัดตูมก็ได้มีการจัดงานจัดส่งให้ตามปกติโดยมีการจัดงานให้ถึง 7 วันด้วยกันแต่หลังจากที่ผ่านพ้น 7 วันไปแล้วชาวบ้านก็เริ่มเห็นว่ามีวิญญาณของนายคงมาอาละวาดอยู่ที่บริเวณหน้าวัดโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าผีที่อาละวาดอยู่นั้นรวมถึงผีที่อยู่ตรงศาลาหน้าวัดนั้น

ก็คือผีของนายคงนั่นเองซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่านายคงกลับมาเพราะต้องการให้ชาวบ้านทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่มีใครที่จะทำบุญไปให้นายคงเลย อยู่มาวันหนึ่งจะเอามาเดินออกบิณฑบาตในช่วงเช้ามืดพอดี และท่านเจ้าอาวาสก็ได้พบกับวิญญาณของนายคงซึ่งแน่นอนว่าเมื่อได้พบวิญญาณแล้วทางเจ้าอาวาสก็ได้มีการอุทิศส่วนกุศลทำบุญกรวดน้ำให้กับนายคง และนับตั้งแต่ท่านเจ้าอาวาสนั้นอุทิศส่วนกุศลให้กับนายคงก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนได้เจอกับวิญญาณของนายคงมาอยู่ที่ท่าน้ำอีกเลย

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ต่างประเทศ

3เหลี่ยมปีศาจมันมีอยู่บนโลกนี้จริงหรือไม่

Posted on 30 พฤษภาคม 202030 พฤษภาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

สำหรับ3เหลี่ยนปีศาจที่เราจะพูดถึงหลายๆคนก็น่าจะนึกถึงแต่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ากันใช่หรือไม่แต่จริงๆแล้ว3เหลี่ยมปีศาจนั้นมันได้มีอยู่ทั่วโลก

ถ้าหากว่าจะเอาตามความหมายกันจริงๆ3เหลี่ยมปีศาจมันคือพื้นที่ที่อยู่ในท้องทะเลทั่วโลกที่มีการสูญหายของเรือและเครื่องบินกันอยู่บ่อยครั้งและในพื้นที่แถบนั้นมันได้มีสภาพอากาศที่ค่อนข้างที่จะเลวร้ายกันตลอดทั้งปีและพื้นที่แต่ละพื้นที่นี้มันมักจะมีจุดเชื่อมโยงกันอยู่สามจุดตรงนี้เลยถูกตีความว่าเป็น3เหลี่ยมปีศาจนั้นเอง

ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆที่ได้เกิดอยู่ใน3เหลี่ยมปีศาจทั่วโลกจึงทำให้หลากๆคนนั้นได้ตีความไปหลายอย่างมากไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสภาพอากาศของพื้นที่ที่เลวร้ายตลอดทั้งปีอย่างที่ได้บอกกัันไปหรือบางคนก็อาจจะบอกว่ามันอาจจะเป็นเรื่องของออสูรที่มันได้อยู่ใต้ท้องทะเลที่ได้บุกเข้ามาจู่โจมเรือมันก็เป็นได้หรือบางคนก็ได้ลือไปถึงพลังงานที่มันได้อยู่เหนือธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นพลังงานลี้ลับมนุษย์ต่างดาวหรือประตูมิติ

ที่ดูดเรือและเครื่องบินเข้าไปก็มีอยู่เช่นกันซึ่งตรงจุดนี้เราก็ไม่ได้กล่าวขึ้นมาแบบมั่วๆแต่มันได้มีหลักฐานที่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ที่มันได้ถูกบันทึกเอาไว้มันมีอยู่จริงๆแต่ตรงนี้เราก็จะต้องแยกกันไปเป็นบางกรณี อย่างกรณีแรกเราของยกทฤษฎีที่เกี่ยวกับพลังงานของลี้ลับหรือมนุษย์ต่างดาวก่อนแล้วกันตามบันทึกข้อมูลยังได้บอกเอาไว้ว่าในปี1945กองทัพสหรัฐอเมริกา

ก็ได้ส่งเครื่องบินจำนวน5ลำออกบินปฎิบัติภารกิจแต่หลังจากที่ออกบินได้ไม่นานเคร่องบินทั้ง5ลำมันก็ได้หายออกจากจอเรด้าร์ ซึ่งในเวลาต่อมาทางกองทักเรือของสหรัฐก็ได้มีการส่งเครื่องบินกู้ภัยไปจุดตรงที่จุดเกิดเหตุแต่เมื่อเครื่องบินกู้ภัยได้ไปถึงที่เกิดเหตุก็ได้เกิดเหตุร้ายขึ้นเช่นกันคือเครื่องบินกู้ภัยมันได้หายไป

และที่สำคัญไปกว่านั้นคือมันได้หายไปในจุดเดียวกันกับที่เคร่องบินทั้ง5ลำไปหายไปอีกด้วยซึ่งถ้าหากว่าเรานั้นมองตามหลักความเป็นจริงแล้วบริเวณพื้นที่ของ3เหลี่ยมเบอร์มิวด้าถูดตั้งอยู่ในพื้นที่3จุดที่เชื่อมกันนั้นก็คือหมู่เกาะFLORIDAทางปลายสุดของรัฐฟลอริดาและเปอร์โตริโกซึ่งในทุกครั้งที่มีการสูญหายของเรือหรือเครื่องบินในบริเวณพื้นที่นี้

ปรากฎว่าไม่มีการค้นพบซากเรือหรือซากเครื่องบินแต่อย่างใดหรือแม้แต่หลักฐานอะไรก็แล้วแต่ที่บ่งบอกว่ามีการตกมีการอับปางของเรือในบริเวณนี้ตรงนี้มันเป็นอะไรที่น่าแปลกใจมากถ้าตามหลักความเป็นจริงแล้วต่อให้เรือมันได้จมลงไปด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพอากาศที่มันแย่เกิดพายุเกินน้ำวนหรือถูกสัตว์ร้ายโจมตี

มันจะต้องมีซากเศษเหลือออกมาบ้างและบริเวณ3เหลี่ยมเบอร์มิวด้ามันมีหมูเกาะอยู่หลายจุดยังไงมันก็จะต้องมีโอกาสที่เศษเหล่านั้นไปตกค้างตามหมู่เกาะหรือในกรณีที่มันเป็นไปได้มากยังไงมันก็จะต้องมีทีมค้นหาตรงจุดบริเวณนั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน

ประวัติหลวงพ่อสุดใจ  วัดป่าบ้านตาด 

Posted on 28 พฤษภาคม 202028 พฤษภาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

                สมเด็จหลวงพ่อสุดใจวัดป่าบ้านตาดนี้เราเพิ่งสูญเสียท่านไปจากการที่ท่านมรณภาพด้วยการถูกไฟไหม้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เองท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาดและเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่เป็นที่เคารพรักของชาวบ้านและบรรดาลูกศิษย์ลูกหาต่างๆมากมายซึ่งก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตนั้นท่านยังได้มีการดำเนินส่วนตัวของท่านไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

เพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุต่างๆเป็นจำนวนทั้งสิ้นถึง 2 ล้านบาทเลยทีเดียวสำหรับประวัติของหลวงพ่อสุดใจวัดป่าบ้านตาดนั้นท่านแต่เดิมนั้นเป็นคนจังหวัดสมุทรปราการหลังจากที่ท่านได้เรียนจบระดับปริญญาตรีและปริญญาโทแล้วทางเข้ามาอุปสมบทซึ่งก่อนที่ท่านจะอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์นั้นท่านใช้ชื่อว่าสุดใจโดยท่านเกิดตรงกับวันเสาร์ที่ 14 เดือนตุลาคมปีพุทธศักราช 2487 หลังจากที่ท่านบวชเรียนเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้ว

ท่านใดมาศึกษาหาความรู้ทางพระธรรมวินัยกวักหลวงปู่อ่อนที่วัดป่านิโครธารามจังหวัดอุดรธานีโดยท่านได้มีการร่ำเรียนวิชาหาความรู้อยู่ที่วัดป่านิโครธารามนี้อยู่ที่ประมาณ 3,000 หาหลังจากนั้นท่านก็ย้ายพรรษามาอยู่ที่วัดป่าบ้านตาดจังหวัดอุดรธานีโดยท่านได้เรียนรู้เป็นลูกศิษย์ลูกหาของหลวงตามหาบัวซึ่งท่านเปรียบเสมือนมือขวาของหลวงตามหาบัวเลยก็ได้เพราะท่านคือคนที่หลวงตามหาบัวไว้วางใจมากที่สุดในการให้ดูแลความเรียบร้อยต่างๆภายในวัดป่าบ้านตาด

โดยท่านอยู่ที่วัดป่าบ้านตาดนี้ตั้งแต่ท่านย้ายมาจนท่านสิ้นชีวิตก็เป็นระยะเวลาถึง 40 ปีด้วยกัน สำหรับหลวงพ่อสุดใจนั้นเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่ไม่นิยมพูดมากนักท่านจะเป็นคนพูดน้อยแต่ท่านเป็นคนที่ชอบศึกษาหาความรู้และท่านก็อยู่กับหลวงตามหาบัวจนวาระสุดท้ายของหลวงตาเลยทีเดียวท่านเป็นคนที่ถ่อมตนแต่เป็นคนขยันทำงานเอาจริงเอาจังรวมถึงท่านยังมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการจัดทำเว็บไซต์ให้กับวัดป่าบ้านตาด

สำหรับหลวงพ่อสุดใจนั้นมีลูกศิษย์ลูกหามากมายที่เคารพท่านและรักท่านเป็นอย่างมากจนที่ท่านมรณภาพลูกศิษย์ลูกหาก็ยังมาคอยดูแลจัดงานศพให้ท่านซึ่งท่านมรณภาพเมื่อท่านอายุได้ประมาณ 75 ปีโดยท่านมรณภาพที่วัดป่าบ้านตาดซึ่งขณะที่ท่านมรณภาพนั้นท่านยังคงดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดอยู่ ในขณะที่หลังจากที่หลวงตามหาบัวได้มรณภาพไปนั้นท่าน

ก็ได้ดำรงตำแหน่งขึ้นมาเป็นเจ้าอาวาสแทนหลวงตามหาบัวและท่านก็บูรณะดูแลวัดป่าบ้านตาดมาด้วยดีเสมอมา มีลูกศิษย์ลูกหาให้ความเคารพนับถือเป็นจำนวนมากซึ่งท่านเป็นที่รักของชาวบ้านและประชาชนโดยทั่วไปอย่างแท้จริงเพราะท่านถือเป็นพระรูปหนึ่งที่เป็นพระนักพัฒนาเช่นเดียวกัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame mobile

โชคดีเพราะล็อกดาวน์ทำสองพี่น้องพบทองคำแท่ง

Posted on 24 พฤษภาคม 202024 พฤษภาคม 2020Categories ข่าวสังคมทั่วไปTags ,

โชคดีเพราะล็อกดาวน์ทำสองพี่น้องพบทองคำแท่ง ที่มีอายุยาวนานกว่า 50 ปีมาครอบครอง

        ที่ประเทศฝรั่งมีครอบครัวของนักธุรกิจครอบครัวหนึ่ง เขาได้มีการพาลูกชายวัย 10 ขวบของพวกเขาจำนวน 2 คนได้ย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยชั่วคราวเพราะต้องการหลีกหนีปัญหาของการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ประเทศฝรั่งเศสกำลังผจญปัญหากันอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ และแน่นอนว่า พวกเขาได้ย้ายมาอยู่ในชนบทที่ห่างไกลจากตัวเมืองมากเพื่อหวังรับเอาอากาศที่บริสุทธิ์ของธรรมชาติของต่างจังหวัดและห่างไกลจากเชื้อโรคด้วย

โดยพวกเขานั้นได้พากันย้ายมาอยู่บ้านเก่าของคุณย่าผู้ที่ล่วงลับไปนานแล้ว และที่นี่เป็นมรดกตกทอดที่ครอบครัวของเขาได้รับ และเมื่อมาถึงที่นี่เด็กชายทั้งสองคนต่างก็รู้สึกเบื่อหน่ายกันมากเพราะนอกจากป่าเขาและต้นไม้แล้ว พวกเขาแทบไม่มีอะไรให้เล่นเลย ดังนั้น เด็กชายทั้งสองจึงได้ขออนุญาตไปค้นของเก่าในห้องเก็บของเพื่อเอามาเล่น

โดยพวกเขาต้องการที่จะสร้างบ้านไม้ที่หลังบ้านเด็กทั้งสองคนจึงได้นำผ้าห่มเก่าแล้วในห้องเก็บชองมาเล่นและพวกเขาก็เจอแท่งสี่เหลี่ยมเล็กเล็ก  แต่พวกเขายังเด็กเกินกว่าที่จะสนใจว่าแท่งนั้นคืออะไร และเมื่อพวกเขาเล่นกันจนพอใจแล้วจึงนึกถึงเรื่องของเจ้าแท่งปริศนานี้ได้ จึงได้นำมันมาให้พ่อของพวกเขาดู

จนในที่สุดพ่อของพวกเขาก็ส่งไปให้บริษัทที่รับประมูลของเก่าช่วยดูให้ซึ่งเขาพบว่าที่แท้เจ้าแท่งสี่เหลี่ยมอันนี้ คือทองคำแท่ง และเมื่อนำไปชั่งน้ำหนัก ทำให้รู้ว่าทองแท่งนี้หนักถึง 1 กิโลกรัมโดยพวกเขาพบทองแท่งนี้จำนวนสองแท่ง  นักธุรกิจจึงได้ให้ทางบริษัทประมูลเปิดการประมูลขายทองคำแท่งสองก้อนนี้ เนื่องจากว่าจากการตรวจแล้วพบว่าทองนี้มีการซื้อมาตั้งแต่ปี ค.ศ.  2510

  ซึ่งทองคำแท่งสองแท่งนี้มีอายุเก่าแก่มากกว่า 50 ปีมาแล้ว ทำให้นักสะสมทอง ต้องการที่จะซื้อไว้เป็นของเก่าสะสม จากที่เขาคิดว่าหากขายทองออกไปในราคาขายของเก่าก็น่าจะได้เงินราวราว แท่งละประมาณ หนึ่งล้านสี่แสนบาท  แต่เมื่อส่งเรื่องทำการประมูล ทางบริษัทประมูลกลับยืนยันออกมาว่า พวกเขาน่าจะได้รับเงินจากการประมาณทองแท่งเก่านี้

อย่างต่ำแท่งและสามล้านห้าแสนบาทเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นราคาทองที่สูงอย่างมากเพราะหากสองแท่งรวมกันแล้ว พวกเขาจะมีเงินมากกว่าเจ็ดล้านบาทเลยทีเดียวนับว่าเป็นโชคดีในช่วงวิกฤตเป็นอย่างมากสำหรับครอบครัวของนักธุรกิจรายนี้   

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  sagame

ตำนานดาวลูกไก่ 

Posted on 24 พฤษภาคม 202024 พฤษภาคม 2020Categories ตำนานTags ,

มีตากับยายคู่หนึ่งซึ่งแก่แล้วแต่ก็ยังไม่มีลูกอีก 2 คนได้ทำการนำไม้มาตัดและสร้างเป็นบ้านอยู่บนภูเขาแห่งหนึ่งที่อยู่ไกลจากตัวเมืองมากซึ่งทั้งสองนั้นก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดมาซึ่งทั้งสองนั้นเลี้ยงไก่ตัวนึงเอาไว้

และไก่ตัวนั้นก็ได้ออกลูกมามากถึง 7 ตัวซึ่งทั้งไก่และทั้งตายายต่างก็มีชีวิตที่สุขสบายแบบปกติดีแต่มีอยู่วันหนึ่งที่มีพระองค์หนึ่งธุดงค์ผ่านมาแถวๆบ้านของตายายคุณตาเลยไปหาคุณยายและบอกว่าต้องการที่จะทำบุญเพื่อที่จะได้บุญแต่ว่าไม่มีอะไรที่จะทำบุญให้พระเลยเนื่องจากพวกเขานั้นไม่มีเนื้อสัตว์เลยมีเพียงแค่ผักกับน้ำจิ้มเท่านั้นดังนั้นคุณยายเลยเสนอว่าทำไมถึงไม่เอาไก่ไปเชือดปิ้งย่างแล้วให้พระกินน่ะซึ่งคุณตาก็ตอบตกลงแล้วบอกว่าจะทำในวันเสาร์

ซึ่งตอนนั้นแม่ไก่ก็กำลังเขียนดินเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านและเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เสียใจเป็นอย่างมากซึ่งตอนนั้นก็กลัวมากจนคิดว่าจะหนีไปที่อื่นเพื่อที่จะได้ไม่โดนค่าแต่เมื่อคิดอีกครั้งหนึ่งก็คิดว่ายอมให้ตากับยายค่าดีกว่าเนื่องจากตากับยายนั้นเลี้ยงดูตัวเองมาเยอะมานานมากพยายามใช้อาหารทุกอย่างและพยายามใช้เงินเพื่อซื้ออาหารหาอาหารให้กับเจ้าไก่กินจนตอนนี้มันก็มีลูกเจ็บตัวแล้ว

ดังนั้นเพียงแค่จ่ายเพื่อการกับยายนิดเดียวก็ไม่เป็นไรเท่านี้ก็ไม่เสียใจแล้วเมื่อคิดอย่างนั้นจึงเรียกลูกๆทั้ง 7 ตัวมาหาเขาก็บอกว่าวันพรุ่งนี้แม่จะโดนตากับยายค่ะซึ่งลูกเจี๊ยบทั้ง 7 ตัวเองก็เสียใจเป็นอย่างมากที่จะต้องเสียแม่ไปในวันต่อมาแล้วแม่ค้นหาวิธีปอกลูกๆโดยการบอกว่าไม่ไปแล้ว

ซึ่งเด็กๆก็หยุดร้องไห้หลังจากนั้นเขาก็นอนกอดกันทั้งคืนเช้าวันต่อมาเมื่อลูกไก่ตื่นมาพ่อแม่ไก่หายไปเมื่อไปดูที่สวนพบว่าแม่ไก่ถูกเชือดคอไปแล้วและตอนนี้ก็กำลังถูกปิ้งย่างอยู่พวกมันนั้นเสียใจเป็นอย่างมากที่ไม่ได้พูดกับแม่เป็นครั้งสุดท้าย

ดังนั้นมันจึงได้เดินเข้าไปใกล้ๆก่อนไปแล้วกระโดดไปพร้อมกันเจ็บตัวเพื่อตายตามแม่ไปหลังจากนั้นเมื่อพวกมันตายไปพวกมันก็ได้ไปเกิดเป็นดวงดาวอยู่บนฟ้าซึ่งตั้งชื่อว่าดาวลูกไก่ซึ่งทุกคนจะเห็นได้จากดาวที่อยู่บนฟ้าที่จะมีดวงด้วยกันในทุกๆคืนซึ่งนั่นก็คือลูกไก่ทั้ง 7 ตัวที่ตายตามแม่ไปนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8 ฝาก ขั้น ต่ํา

พบซากฟอสซิลของราดิโอดอนต้า

Posted on 22 พฤษภาคม 202022 พฤษภาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

เมื่อได้พูดถึงสิ่งที่มีชีวิตที่ได้อยู่ในยุคดึกดำบรรพ์เราจะนึกถึงไดโนเสาร์เป็นอันดับแรกๆแต่คุณเคยคิดเล่นๆกันหรือเปล่าว่าก่อนที่ในช่วงของยุคไดโนเสาร์จะครองพิภพมันจะยังมีอะไรอาศัยอยู่หรือเปล่าวันนี้เรามาดูกันเลยว่าน่าตาของสัตว์ประหลาดโลกแรมปีมันจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างที่เรานั้นได้คิดเอาได้แค่ไหนแต่ที่แน่นๆสัตว์บางตัวมันอาจจะทำให้คุณนั้นฝันร้ายไปอีกหลายวันเลยก็เป็นได้

ราดิโอดอนต้า

สำหรับราดิโอดอนต้านั้นหากใครที่ได้เห็นมันแล้วก็อาจจะเปรี้ยวปากและคิดที่อยากจะกินมันก็เป็นได้ถึงเมื่อว่ารูปร่างน่าตาของมันนั้นจะดูคล้ายกับกุ้งต้องบอกก่อนเลยว่ามันไม่ใช่แต่มันได้เป็นสัตว์ที่มันได้อาศัยอยู่ในช่วงยุคดึกดำบรรพ์ตังแต่ในยุคแคมเบรียนหรือก่อนที่ไดโนเสาร์นั้นจะเกิดขึ้นมาเสียอีกซึ่งมันจะกระจายตัวกันอยู่ในท้องทะเลทั่วโลกถือว่ามันได้เป็นขาใหญ่ประจำหน้าน้ำเลยก็ว่าได้ ส่วนขนาดของมันนักวิจัยได้คาดเดาเอาว่ามันน่าจะมีได้ตั้งแต่0.6-1.8เมตร

แต่มันก็ยังได้เป็นที่ถกเถียงกันอยู่อีกว่ามันจะมีขนาดที่ใหญ่ขนาดนั้นจริงหรือไม่เพราะว่านี่ได้คาดเดาจากซากฟอสซิลที่ได้พบเห็นเท่านั้นถึงแม้ว่ามันจะยิ่งใหญ่คับน้ำสักแค่ไหนแต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็จะต้องลาวงการหลังจากที่สิ่งคือมันได้มีการพัฒนาในการเข้ามาจึงทำให้สกิลของมันที่ได้มีระดับอยู่ระดับบนๆกับตกลงไปและยังได้รวมไปถึงในระบบนิเวทที่มันได้มีการเปลลี่ยนแปลงไปอีกด้วยจากนั้นมันก็เลย

ทำให้พวกสัตว์ดึกดำบรรพ์เหล่านี้มันก็จะค่อยๆหายไปและมันก็ได้กลายมาเป็นเศษซากฟอสซิลให้เราได้เห็นกันจนถึงทุกวันนี้แต่ถึงอย่างไรก็ตามที่ได้พบเจอซากฟอสซิลมันก็ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่มันยังทำให้ได้มีอุปสรรค เนื่องจากว่าซากของราดิโอดอนต้านี้มันได้มีความเสียหายได้ง่ายมากๆถ้าหากเรานั้นไม่มีวาสนากันจริงๆ

มันก็อาจจะทำให้เรานั้นไม่ได้พบเจอกับซากฟอสซิลนี้อย่างแน่นอนแต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ยังได้เป็นสัตว์ที่สูญพันธ์ไปแล้วหลายพันปีมันก็มีโอกาสที่มันจะมีความเสียหายได้อย่างง่ายดายและมันก็เป็นสัตว์ที่เกิดขึ้นมาก่อนยุคของไดโนเสาร์อีกด้วย ซึ่งมันก็น่าจะมีอายุหลายพันปีเหมือนกันที่ซากฟอสซิลของราดิโอดอนต้านั้นอยู่ในชั้นพื้นดินกว่าที่นักวิทยาศาสตร์จะเข้ามาเจอก็นานพอสมควร

 

 

สนับสนุนโดย  bk8 live tv

เหล็กไหลไม่ตรงปกแบบที่ หลวงพ่อได้กล่าวเอาไว้?

Posted on 20 พฤษภาคม 202020 พฤษภาคม 2020Categories ตำนานTags ,

วันนี้เรามาดูเรื่องราวที่เขาแหลมที่อยู่ในตำบลห้วยแย้ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ประเด็นมันก็มีอยู่ว่าหลังจากที่เราได้เข้าไปติดตามเรื่องดังกล่าวที่เขาแหลมแล้วก็ได้มีพระที่ได้นำพาเจ้าหน้าที่ทีมข่าวขึ้นไปด้วยกันจากนั้นหลวงพ่อสวนก็ได้หยิบหินขึ้นมาหนึ่งก้อนจากนั้นหลวงพ่อสวนก็ยังบอกอีกว่ามีบุญที่ได้มาแล้วที่หลวงพ่อสวนแก่ได้อกว่าที่ได้มีบุญนั้นเพราะอะไรรู้หรือไม่ซึ่งก็ได้มีรูปล่าสุดของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ที่เห็นบอกว่าได้ลงไปในพื้นที่จากนั้นก็ได้เข้าไปพูดคุยกับทางพระ

เนื่องจากว่ามีความกังวลว่าถ้าตัวหลวงพ่อเองได้บอกว่ามีเหล็กไหลและรูปภาพที่เจ้าหน้าที่ทีมข่าวได้มาจะเห็นได้ว่าหินนั้นมันได้โดนเจาะเป็นรูและพร้อมกับเจ้าหน้าที่และก็ได้เข้าไปประสารและก็ได้ให้ความเข้าใจกับพระอีกด้วยว่าไม่ควรให้คนขึ้นมาหาเจาะเอาเหล็กไหล ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้รับข้อมูลมาบ้างแต่ผลปรากฎว่ามันได้เป็นข่าวขึ้นมาเรื่อยๆ ล่าสุดพอหลวงพ่อได้ให้เหล็กไหลไปแล้วก็บอกกับเจ้าหน้าที่ทีมข่าวว่าสรรพคุณเหล็กไหลซึ่งมันก็จะเป็นในเรื่องของอยู่ยงคงกระพันผู้ใดที่ได้นำเอามาไว้ในครอบครองจะปลอดภัยจากอันตรายได้มีเหล็กไหลหลายชนิดตามที่เราที่เพิ่งจะได้ข้อมูลมาจากหลวงพ่อ

และก็จากอีกหลายๆท่านมีหินเหล็กไหลจันทรา หินเหล็กไหลเงินยวง หิรเหล็กไหลสุริยัน หินเหล็กไหลเกล็ดมังกร โดยเบื้องต้นเราก็ได้เอาเหล็กไหลที่หลวงพ่อท่านว่ามันเป็นเหล็กไหลก็นำเอาไปผ่าดูโดยตัวหลวงพ่อเองก็ได้บอกว่าถ้าผ่าลงไปแล้วและเนื้อข้างในมันจะเป็นสีแดงซึ่งมันก็จะเป็นเหล็กไหลอีกชนิดหนึ่งวันนี้เราก็ได้นำเอาเหล็กไหลดังกล่าวเอาไปเจียเพื่อที่จะดูว่าเราจะได้อะไรบ้าง

ซึ่งในวันที่ได้เอาหินเหล็กไหลนั้นเอาไปเจียมันเจียลำบากมากเพราะมันมีขนาดที่เล็กหลังจากนั้นช่างก็ได้บอกว่าอย่าไปเจียมันเลย ทุบมันเลยดีกว่าพอทุบเสร็จแล้วข้างในมันจะเป็นสีแดงจริงมั้ย ซึ่งหลวงพ่อท่านบอกว่าข้างในมันเป็นสีแดงพอได้ทุบออกมามันเป็นสีดำสนิดมันไม่มีสีแดงเลยสักนิดเดียวถามที่หลวงพ่อท่านนั้นได้กล่าวเอาไว้

ซึ่งตัวหลวงพ่อเองท่านก็ได้บอกว่ามันมีค่าพอเรานำเอามาทุบเท่านั้นแหละปรากฏว่าหินดังกล่าวมันเป็นสีดำพอไปถามนักล่าเหล็กไหลว่ามีใครสนใจซื้อหรือไม่จากนั้นก็ไม่มีใครรับซื้อเขาเราเลยและก็ไม่มีใครสนใจอีกทั้งยังได้บอกอีกว่ามันเป็นหินปกติ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

สถานที่หลอนที่ประเทศฝรั่งเศสที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

Posted on 17 พฤษภาคม 202017 พฤษภาคม 2020Categories ตำนานTags ,

ทุกคนคงต้องรู้กันดีว่าหลังจากที่คนเราตายไปแล้วไม่ใช้แค่เพียงวิญญาณออกจากร่างแต่เรายังสามารถที่จะเป็นผีได้และหากมีความแค้นเยอะก็อาจจะกลายเป็นผีที่มีความอาฆาตแค้นและอาจจะทำร้ายคนที่ยังมีชีวิตได้……………..

แต่นั้นก็ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวของจุดเริ่มต้นของการเป็นวิญญาณเร่ร่อนแต่วิญญาณเร่ร่อนนั้นบางตัวก็จะมีที่อยู่อาศัยหรือสิงสู่ไปที่ของบางอย่างเพื่อตามติดคนที่เป็นเจ้าของสิ่งของนั้น……แต่นี้ก็เป็นแค่เพียงความเชื่อเท่านั้น (แต่ก็อาจจะเป็นเรื่องจริง)

ซึ้งวันนี้เราจะมาพูดถึงสถานที่ที่มีคนเชื่อกันว่ามีผีจริงๆและสถานที่ที่มีตำนานเก่าแก่เล่าสู่รุ่นกันมาเรื่อยๆจากเท่าที่ฟังกันมาแล้งคนที่ไม่กลัวผีหลายๆคนคงอยากจะรู้แล้วว่าที่นี้นั้นจะมีเรื่องราวอย่างไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

ที่ที่เรากำลังกล่าวนี้นั้นอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสค่ะ ที่นี้นั้นชาวฝรั่งเศสนั้นจะรู้จักกันอย่างดีในชื่อของ สุสานหลอนแห่งโครงกระดูก เรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องที่ชาวฝรั่งเศสไม่เคยเพยแพร่ให้คนที่ไปเที่ยวรู้เลยสักคนซึ้งจริงๆแล้วที่ใต้กรุงปารีสที่เที่ยวที่โด่งดังของฝรั่งเศสนั้นมีสุสานลับอยู่ซึ้งมีศพถูกฝังไว้มากกว่า 50000000 ศพเลยทีเดียว

ซึ้งถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมากเลยทีเดียว แต่ในความฝันของใครหลายๆคนนั้นต่างคิดว่าปารีสคือที่ที่แสนจะโรแมนติกแต่จริงๆแล้วหลายคนยังไม่รู้ว่าที่ปารีสนั้นมีหลุมฝันศพมากมายขาดในใต้เท้าของเรา  ซึ้งที่นี้นั้นได้ถูกนำไปสร้างเป็นหนังจากชาวฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2014 ซึ้งชื่อหนังมีชื่อว่า as above so below

ซึ้งเป็นหนังสยองขวัญที่หลายๆฉากจะมีรูปหัวกะโหลกเพราะว่าใต้กรุงปารีสนั้นจะมีทางเดินมืดๆและหัวกะโหลกมากมายเรียงรายกันไว้อย่างกับเป็นดินแดนแห่งหัวกะโหลกเลยล่ะค่ะ ซึ้งที่นี้นั้นถูกปิดตายไม่ให้ใครเข้ามามากกว่า 6 ปีแต่ตอนนี้นั้นได้ทำการสะกดวิญญาณจากบาทหลวงชื่อดังที่ประเทศฝรั่งเศสเรียบร้อยและได้เปิดสุสานแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้วค่ะ  ได้มีนักท่องเที่ยวหลายคนถูกสัมภาษณ์จากนักข่าวที่ประเทศอังกฤษซึ่งพวกเขานั้นสัมภาษณ์ว่าตอนที่พวกเขานั้นเข้าไปในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้น

เขามีความรู้สึกว่าเหมือนถูกใครต้องมองไปรอบรอบฉันรอบกายคนนั้นมีเพียงแค่หัวกระโหลกที่ไม่มีลูกตาเท่านั้นแต่เขามีความรู้สึกว่ามีคนจ้องมองเขาทั้งๆที่ไม่มีใครตามเขามาเลยนอกจากนั้นบางคนยังมีความรู้สึกว่าตอนแรกนั้นเมื่อเขาเข้าไปในสถานที่มีตอนแรกเขาร่างกายเป็นปกติดีและไม่ได้รู้สึกอะไรได้หลังจากกลับออกมาจากสถานที่เที่ยวแห่งนี้นั้นก็มีความรู้สึกปวดหัวเป็นไข้

และรู้สึกแปลกตลอดเวลาหลายคนจึงคิดว่าอาจจะเป็นวิญญาณที่ตามติดออกมาจากสถานที่แห่งนี้ก็เป็นได้หลายคนที่มีความรู้สึกว่ามีใครมาดึงเสื้อผ้าของตนหรือบางคนก็มีความรู้สึกว่ามีใครมาจับแขนหรือขาของตัวเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 slot

การกู้ซากเรือที่ไม่ประสบความสำเร็จของทีมนักสำรวจ

Posted on 14 พฤษภาคม 202014 พฤษภาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

จดหมายในขวดแก้ว

หลายคนอาจจะฟังดูแล้วมันจะโรแมนติกที่มีจดหมายน้อยบรรจุในขวดแก้วที่กำลังรอคอยสักวันหนึ่งเผื่อใครที่จะเข้ามาพบเจอแต่ถ้าได้เป็นฉบับนี้ต้องขอบองเลยว่ามันได้ช่วยทำเอาขนลุกและมันน่าเศร้าอย่างไม่น้อย เนื่องจากว่าจดหมายดังกล่าวนี้มันได้เป็นจดหมายขอฉบับสุดท้ายของเหล่านักสำรวจและนักธรณีวิทยาที่ได้มีชายคนหนึ่งได้เขียนถึงนักธรณีฟิสิกส์

และนักธรณีน้ำแข็งเพื่อรายงานผลสำรวจชั้นน้ำแข็งที่เกาะแถวแคนาดาในปี1599มันชั่งน่าเศร้าที่ลายมือกำลังเขียนมันด้วยดินสอนั้นมันดังไปไม่ถึง เนื่องจากว่าตัวของเขานั้นเสียชีวิตก่อนด้วยวัยแค่เพียง27ปีเท่านั้นและในภายหลังอีก54ปีต่อมาขวดแก้วขวดนี้นั่นมันก็ได้ถูกพบอยู่ในกองหินที่มันได้อยู่ได้กับธารน้ำแข็งอาร์กติกหลังจากที่ได้มีคนไปพบและได้เปิดอ่านดู

มันถึงกับทำให้ตัวของเขานั้นต้องตะลึ่ง เนื่องจากว่าข้อความที่อยู่ภายในขวดนั้นมันได้เขียนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศรวมไปถึงสภาวะโลกร้อนเอาไว้ด้วย ซึ่งมันได้เป็นสิ่งที่มันน่าประหลาดใจเป็นอย่างมากว่าพวกเขานั้นสามารถที่จะรับรู้ได้ช่วงหน้าได้อย่างไรหรือในบางทีมันอาจจะเกิดมาจากการสังเกตในทุกๆวันจนทำให้พวกเขานั้นคาดเดาเอาได้ตนเองหรือไม่ก็มีสัญญาณเตือนภัยมาก่อนแล้วก็ได้

ซากเรืออับปาง

การเดินทางเข้าไปสำรวจในที่ที่มีแต่น้ำแข็งปกคุมมันไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะทางเรือเพราะมันอาจจะเกิดทำให้เสี่ยงต่อพายุในทุกๆรูปแบบ แต่ทว่าในสายตาของเหล่านักสำรวจกับพบว่ามันเป็นอะไรที่มันน่าท้าทายแต่มันก็จะไม่ใช่ทุกครั้งที่เหล่านักสำรวจนั้นจะโชคดีเสมอไปซึ่งเรือลำนี้ในตอนแรกที่ได้ตั้งใจที่จะสร้างภารกิจที่มีความยิ่งใหญ่มากที่สุดในประวัติศาสตร์แต่สุดท้ายเรือลำนี้ก็สู้กับสภาพอากาศไม่ไหว

และยังประกอบไปด้วยเรือได้พุุ่งชนกับก้อนน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ทะเลเวดเดลเข้าอย่างแรงและทำให้เรือลำนี้ได้เกิดมีรอยแตกที่ขนาดใหญ่จากนั้นจึงได้ทำให้ทุกๆคนนั้นถึงกับต้องสละเรือเพื่อที่จะเอาตัวเองรอดโดยไม่รู้เลยว่าชะตากรรมของเจ้าเรือลำนี้มันจะมีสภาพเป็นอย่างไรแต่หลังจากนั้นมาเวลาก็ได้ผ่านไปนานเกือบ100ปี

ก็ได้มีกลุ่มงานแห่งหนึ่ง2019ก็ได้ส่งทีมงานเพื่อเอาเรืออกไปทำการค้นหาเพื่อที่จะกู้ซากเรือดังกล่าวขึ้นมาให้ได้แต่นานวันเท่าไรก็ไม่มีความคืบหน้าเลยสักนิกเดียวราวกับว่าเรือลำนี้ไม่ต้องการที่จะให้ใครค้นพบมันสุดท้ายแล้วพวกเขาคิดว่ามันจะไม่สำเร็จอย่างแน่จึงได้ยกเลิกโครงการและได้ปล่อยให้มันได้เป็นปริศนาอีกต่อไป

 

สนับสนุนโดย  bk8 ดีไหม