ตำนานตุ๊กตาวิคตอเรีย

Posted on 9 พฤศจิกายน 2020Categories ตำนานTags ,

            สำหรับเรื่องราวอาถรรพ์ของตุ๊กตาวิคตอเรียในครั้งนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงซึ่งมีข่าวโด่งดังในต่างประเทศเรื่องราวอาถรรพ์ของตุ๊กตานั้นเกิดขึ้นเมื่อ เด็บบี้และ คาเมล่อน เมอวิคพวกเขาได้กลายเป็นคนดังเพียงชั่วข้ามคืนหลังจากที่พวกเขานั้นซื้อตุ๊กตาวิคตอเรียมาทั้งหมด 3 ตัวด้วยกันโดย เด็บบี้ได้ เสียเงินซื้อตุ๊กตา Victoriaทั้ง 3 ตัว นั้นมาในราคาเพียงแค่ 5 ยูโรเท่านั้น

ซึ่ง เด็บบี้ซื้อตุ๊กตา Victoria ผ่านทางอินเตอร์เน็ตซึ่งทางร้านได้มีการนำตุ๊กตาใส่กล่องและส่งไปรษณีย์มาถึงหน้าบ้านของเธอเลยทีเดียวและเธอกับสามีของเธอก็ได้ยินเสียงแปลกๆออกมาจากกล่องตุ๊กตาหลังจากที่พวกเขานั้นได้รับตุ๊กตามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้ยินเสียงประหลาดออกมาจากกล่องแต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรดังนั้นพวกเขาจึงนำของตุ๊กตา Victoria ไปวางไว้ตามมุมต่างๆภายในบ้านที่เคยมีการคิดเอาไว้ว่าจะนำตุ๊กตามาตกแต่งไว้ตรงบริเวณไหนของบ้านบ้าง และหลังจากนั้นบ้านเขาก็เกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อกริ่งเตือนสัญญาณไฟไหม้

เกิดเสียงดังขึ้นและดังได้เพียงพรรคเดียวดึงสัญญาณก็ดับลงและดันขึ้นมาใหม่ซึ่งเป็นอย่างนี้ตลอดทั้งคืนเลยทีเดียว ซึ่งในรุ่งเช้า คาเมล่อนตั้งใจจะไปตรวจสอบกริ่งสัญญาณเตือนไฟว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นทำไมถึงดังตลอดทั้งคืนแต่เขากลับพบว่าที่บริเวณลำตัวของเขาโดยเฉพาะตรงช่วงบริเวณหัวเข่ามีร่องรอยการถูกขีดข่วนเต็มไปหมด

และเมื่อเราได้ไปสำรวจภายในบริเวณบ้านเขาก็พบว่ามีตุ๊กตาตัวหนึ่งซึ่งเป็นตุ๊กตาวิคตอเรียที่ส่งมาเมื่อวานนี้ซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นตุ๊กตาตัวที่สวมสร้อยคอได้ถูกแกะออกมาจากกล่อง ซึ่งเมื่อมีการถามทุกคนที่อยู่ภายในบ้านว่าใครเป็นคนแกะเอาตุ๊กตาออกจากกล่องก็ไม่มีใครที่จะได้จากกล่องตุ๊กตานั้นเลยทำให้ทุกคนภายในบ้านนั้นต่างก็สันนิษฐานเหมือนกันว่าตุ๊กตาวิคตอเรียตัวนั้นอาจจะเป็นตุ๊กตาที่มีวิญญาณสิงอยู่ก็ได้ ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวนั้นทำให้เรื่องราวของพวกเขาเป็นที่โด่งดังเนื่องจากว่ามีรายการของประเทศอังกฤษรายการหนึ่งชื่อว่ารายการ This Morning ได้มีการเชิญพวกเขาไปออกรายการ

ซึ่งในระหว่างที่ เด็บบี้และ คาเมล่อน กำลังพูดคุยกับพิธีกรในรายการที่กำลังถ่ายทอดสดอยู่นั้นพวกเขาได้นำตุ๊กตา Victoria ตัวดังกล่าวไปร่วมรายการและวางไว้เก้าอี้ซึ่งอยู่ด้านข้างของพวกเขาด้วยและทุกคนต่างก็เห็นตรงกันหมดว่าเก้าอี้ตัวที่ตุ๊กตาวิคตอเรียตัวดังกล่าวนั้นนั่งอยู่เกิดการขยับขึ้นมาได้เองโดยไม่มีใครไปจับ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ลึกลับเกิดขึ้นทำให้มีชายคนหนึ่งได้มาขอซื้อตุ๊กตา Victoria ตัวดังกล่าวไป และเช่นเดียวกันเมื่อชายคนดังกล่าวนั้นนำตุ๊กตาไปไว้ที่บ้านเขาก็ต้องพบกับเหตุการณ์ประหลาดเช่นเดียวกันเมื่อไฟในบ้านของเขานั้นเกิดติดขึ้นมาได้เอง

และยังมีรูปที่แขวนไว้ภายในบ้านก็เกิดแกว่งได้เองขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครไปจับ ที่สำคัญพ่อของชายหนุ่มนั้นก็มีร่องรอยการถูกขีดข่วนเกิดขึ้นที่แขนเช่นเดียวกัน และเขายังได้บอกอีกว่าตุ๊กตาได้บังคับให้แอ็ปส่งคำศัพท์มาบอกเขาด้วยว่า จริงจริงแล้วตุ๊กตาตัวนี้เธอชื่อว่า ซาแมนต้าและยังบอกอีกว่าเธอเกลียดผู้ชายมากๆ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวของตุ๊กตา ซาแมนต้า ก็เงียบหายไป ชายหนุ่มคนล่าสุดที่ซื้อตุ๊กตาตัวนี้ไปเขาไม่เคยพูดถึงตุ๊กตาตัวนี้อีกเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    แทงหวยออนไลน์

ศุกร์13เป็นเรื่องจริงหรือไม่

Posted on 7 ตุลาคม 20207 ตุลาคม 2020Categories ตำนานTags ,

โดยเราจะบอกว่าตำนานในเรื่องของศุกร์13เราเชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยได้ยินเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้างถ้าใครไม่เคยได้ยินอย่างน้อยก็คงจะคุ้นหูคุ้นตากับหนังเรื่องFriday the13หรือว่าเรื่องของศุกร์13ฝันหวานที่มีหน้ากากเจสันอยู่ในเรื่องนั้นแล้วเป็นหนังสยองขวัญเราเชื่อว่าหลายคนคุ้นหูและค้นตากันกันอย่างแน่นอนแต่ถามว่าเรื่องของตำนานเกี่ยวกับศุกร์13มันเป็นเหมือนในหนังที่กล่าวมาหรือเปล่าต้องขอบอกอย่างนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอน

ซึ่งในหนังได้หยิบเอาเรื่องราวตำนานเหล่านั้นมาดัดแปลงว่าศุกร์13เป็นเรื่องราวที่มีแต่ความโหดร้ายมีแต่ความดวงซวยมีแต่สิ่งแย่ๆที่จะเกิดขึ้นในวันนั้นเขาเลยได้ทำการดัดแปลงศุกร์13มาเป็นเรื่องFriday the13นั่นเองและจะบอกเลยว่าเราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของศุกร์13มาเรียบร้อยแล้วและข้อมูลเหล่านี้ต้องขอบอกก่อนเลยว่าค่อนข้างที่จะน่าสนใจมาก

นอกจากนี้เวลาที่เราพูดถึงเรื่องตำนานเกี่ยวกับดวงวันความเชื่อเกี่ยวกับดวงวันต่างๆส่วนใหญ่เราก็คงจะได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของวันพุธห้ามตัดผมไม่เช่นนั้นจะเกิดแต่เรื่องซวยอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้หรือว่าวันไหนที่มีพระจันทร์สีแดงนั่นคือวันที่จะมีสิ่งร้ายๆเกิดบนโลกเราหรืออาจจะเป็นวันที่เราอายุครบ15 25 35 หรือสิ่งที่เราเรียกกันว่าเบญเพสกันวันเหล่านั้นจะเป็นวันที่เราเกิดแต่เรื่องแย่ๆอาจจะหนักถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็ว่าได้

ซึ่งส่วนใหญ่เราจะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของวันเหล่านั้นแต่อยากจะบอกว่ามันยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจและเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนได้ให้ความสนใจกันมากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องของวันดวงซวยเลยนั่นก็คือเรื่องของศุกร์13นั่นเอง

โดยคำว่าศุกร์13ที่เราได้พูดถึงตรงนี้ถ้าเอาความหมายที่เราได้ไปหาข้อมูลมาตรงนี้เราของแยกออกเป็นสองคำก่อนระหว่างคำว่าวันศุกร์กับคำว่าเลขวันที่13 คำว่าวันศุกร์ในที่นี้ตามความเชื่อเกี่ยวกับดวงเกี่ยวกับวันวันศุกร์ถือว่าเป็นวันที่โชคร้ายที่สุดในความเชื่อของชาวคริสเตียน

ดังนั้นบางคนก็เชื่อว่าพระเยซูถูกขึงตึงแขนในวันศุกร์ในอดีตที่ผ่านมาหรือบางคนเขาเชื่อว่าวันศุกร์เป็นวันที่อีฟได้ชวนให้อดัมเข้ามากินผลไม้ที่พระเจ้าเขาสั่งห้ามเอาไว้หรือในบางทีอาจจะมีความเชื่อหนึ่งก็คือวันศุกร์คือวันที่โลกของคนเป็นกับโลกของคนตายได้เปิดประตูเข้าสู่หากันเลยทำให้บางคนที่สามารถสัมผัสได้สามารถรับรู้สิ่งเหล่านี้ได้อาจะเห็นหรืออาจจะพบเจอญาติพี่น้องสัมภเวสีเข้ามาขอส่วนบุญก็เป็นได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

ตำนานพระธุดงค์กับผีปอบลิ้นดำ จ.สุรินทร์

Posted on 6 ตุลาคม 20206 ตุลาคม 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับเรื่องนี้ได้เป็นเรื่องราวของพระรูปหนึ่งที่ได้เดินทางธุดงค์ไปถึงที่จังหวัดสุรินทร์แล้วก็ได้ไปพบกับเรื่องราวของปอบลิ้นดำเราอยากบอกคุณคนที่เข้ามาอ่านก่อนว่าเรื่องราวที่ได้อ่านนี้ให้ใช้วิจารณาญาณในการอ่านให้ดีๆเราจะไม่ขอฟันธงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมา 

ซึ่งเรื่องราวนี้ต้องย้อนกลับไปในปี2542เป็นประสบการณ์ตรงของคุณพงษ์เลยโดยคุณพงษ์ได้บวชเป็นพระอยู่แล้วก็ได้ติดตามพระอาจารย์ท่านหนึ่งไปออกเดินทางธุดงค์ไปในสมัยนั้นป่ามีเยอะมันยังไม่เท่าสมัยนี้สมัยก่อนต้นไม้หรือภูเขาจนอุดมสมบูรณ์มากๆเลย

โดยคุณพงษ์และพระอาจารย์ก็ได้เดินทางออกจากจังหวัดฉะเชิงเทรามุ่งหน้าไปที่ดินแดนอีสานเดินทางไปเรื่อยๆค่ำไหนก็ปักกลดนอนที่นั่นเลยการเดินธุดงค์ครั้งนี้ของคุณพงษ์และพระอาจารย์กินเวลาไปประมาณเกือบสองเดือนจนกระทั่งไปถึงที่จังหวัดสุรินทร์ในช่วงเวลาค่ำพระอาจารย์ก็ได้เลือกปักกลดเป็นทำเลที่เป็นวัดร้างแห่งหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดสุรินทร์

เมื่อช่วงเวลาค่ำหลังจากพระภิกษุทั้งสองรูปนั้นก็คือตัวคุณพงษ์และตัวพระอาจารย์ทำกิจอะไรต่างๆเสร็จก็ได้มีผู้ใหญ่บ้านกับลูกบ้านอีกสี่คนเข้ามากราบสักการะพระอาจารย์และได้บอกว่าดีเหลือเกินไม่มีพระเข้ามาให้ญาติโยมได้กราบไหว้กันมานานแล้ว

เนื่องจากว่าในสมัยนั้นจะมีวัดร้างเยอะมากๆเลยเพราะว่าพระในสมัยก่อนจะไม่เหมือนกับพระในสมัยนี้ผู้ที่บวชเรียนในสมัยก่อนว่ากับว่าน้อยมากๆพระก็ไม่ค่อยจะมีเหมือนกับสมัยนี้เลยแล้วผู้ใหญ่บ้านก็ถามต่อไปว่าพระอาจารย์จะปักกลดโปรดญาติโยมอีกกี่วัน

พระอาจนารย์ได้บอกว่าหากสถานที่นั้นสงบและเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมก็จะอยู่สักสองสามวันเนื่องจากว่าได้เดินธุดงค์มานานมากแล้วก็เลยอยากจะพักปฏิบัติสักทีผู้ใหญ่บ้านสาธุไปแล้วก็พูดว่าผมจะให้ลูกบ้านไปประกาศว่ามีพระจะปักกลดอยู่ในบริเวณนี้จะได้มาทำบุญใส่บาตรจากนั้นชาวบ้านก็ก้มกราบและขอตัวกลับบ้านกันก่อนเสร็จแล้วพระทั้งสองก็ได้ปฏิบัติธรรมกันต่อนั่งสมาธิเดินจงกลมนั่งวิปัสสนากรรมฐานต่างๆ

เมื่อเวลาเที่ยงคืนก็ได้ถึงเวลาเข้ากลดจำวัดกันโดยในเวลาเที่ยวคืนต่างจังหวัดก็ถือว่าดึกมากแล้วเพื่อที่ว่าเวลาตีสี่จะต้องตื่นขึ้นมาทำวัดสวดมนต์กันคืนแรกก็ผ่านไปได้ด้วยดีเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนเวลามาถึงช่วงตีสี่พระทั้งสองรูปนี้ก็ตื่นขึ้นมาทำวัดสวดมนต์แล้วก็นั่งปฏิบัติธรรมจนถึงหกโมงเช้ากันเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  bk8

ข้อห้ามที่ไม่ควรทำก่อนจะถึงวันตรุษจีน

Posted on 5 ตุลาคม 20205 ตุลาคม 2020Categories ประวัติและตำนานTags ,

วันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน เป็นช่วงที่จะได้พบกับญาติมิตรที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน และบางคนก็อาจจะได้รับอั่งเปาเป็นของขวัญจากผู้ใหญ่ที่นับถือแต่ในเมื่อวันขึ้นปีใหม่ของจีนทั้งหลายบางบ้านก็จะมีทำเนียมปฏิบัติและข้อห้ามที่สืบทอดต่อๆกันมา และวันนี้เราจะมาพูดถึงข้อห้ามกันในวันตรุษจีนที่ไม่ควรทำมีอะไรบ้าง

ห้ามทำความสะอาดบ้านในวันตรุษจีน   การทำความสะอาดบ้าน และ ห้ามทิ้งขยะสำหรับในวันตรุษจีนซึ่งชาวจีนจะถือว่าเป็นการกวาดเอาโชคลาภ เอาเงินทอง  ออกไปจากบ้านถ้าหากว่าคุณนั้นจะทำการกวาดบ้านก็ควรจะทำก่อนที่จะถึงวันตรุษจีนนะ

ห้ามซักผ้าในวันตรุษจีน    คนชาวจีนมีความเชื่อว่า เทพเจ้าแห่งน้ำเกิดในวันตรุษจีนเพราะฉะนั้นในการซักผ้าในวันตรุษจีนเปรียบเสมือนการลบหลู่ท่านถ้าหากคุณนั้นมีผ้าที่ยังไม่ได้ซักหรือผ้ากลองใหญ่คุณก็ควรที่จะซักผ้าก่อนที่จะถึงวันตรุษจีนเพื่อไม่ให้เป็นการลบหลู่เทพเจ้าแห่งน้ำด้วย

ห้ามใส่ชุดดำในวันตรุษจีน    เนื่องจากผ้าสีขาวดำนั้นซึ่งเป็นสัญลักษณะขงความตาย หมายถึง เกี่ยวกับลางร้ายในวันตรุษจีนทุกคนจึงมักชอบใส่เสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสโดยเฉพาะสีแดงซึ่งเป็นสีแห่งความโชคดีดังนั้นจึงได้มีการนิยมชอบใส่สีแดงกันต่อๆมาเพื่อรับความโชคดีในวันตรุษจีนเพื่อเป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่งของชาวจีน

ห้ามตัด หรือ สระผม    ซึ่งสำหรับในคำว่าผมนั้น สำหรับในภาษาจีนนั้นเป็นคำพ้องเสียงและคำพ้องรูป ที่มีความหมายว่า มั่งคั่ง ซึ่งในการตัดผมนั้นจึงเปรียบเสมือนการนำเอาความมั่งคั่งนั้นเอาออกไปและถ้าเกิดว่าผมของคุณนั้นยาวลุงรังยังไงก็อดใจรอไปก่อนรอให้ผ่านวันตรษจีนนี้ไปก่อนจากนั้นก็ค่อยไปตัดและถ้าไม่อย่างนั้นในความมั่งคั่งของเรานั้นหมดหายไป

ห้ามพูดคำหยาบ ห้ามทะเล    สำหรับในคำพูดนั้นคนชาวจีนนั้นถือมากที่สุดและสำหรับชาวจีนนั้นจะงดพูดคำหยาบ และพูดในสิ่งที่ไม่ดีและยังรวมไปถึงการพูดถึงด้านความตาย หรือ พูดเกี่ยวกับผีสางการพูดในสิ่งไม่ดีในวันตรุษจีนนี้จะนำพาเอาความโชคร้ายนั้นมาให้ตลอดทั้งปี

ห้ามใช้ของมีคม ในวันตรุษจีน    สำหรับของเหล่านี้ทุกคนชาวจีนหรือเชื่อสายจีนนั้นจะมีความเชื่อกันว่าหากได้ใช้ของมีคมมาตัดสิ่งของในวันตรุษจีนนี้จะถือว่าเป็นการตัดเอาความโชคดีนั้นไปด้วยดังนั้นของมีคมจึงเป็นสิ่งของที่ต้องห้ามสำหรับวันตรุษจีน

ห้ามยืมเงิน  ห้ามใครยืมเงิน    ในที่นี้มันอาจจะรวมไปถึงการให้ยืมสิ่งของอื่นๆนอกจากเงินด้วยการให้ยืมเงินในวันตรุษจีนจะทำให้ทั้งปีมีคนเข้ามายืมเงินตลอดทั้งปีรวมไปถึงติดเงินใครก็ควรจะคืนให้เรียบร้อยก่อนถึงวันตรุษจีน

 

สนับสนุนโดย  ขายหวยออนไลน์

เกาะป่าต้นคำชะโนด

Posted on 1 ตุลาคม 20201 ตุลาคม 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับพญานาคก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีคนชอบถกเถียงกันว่ามีจริงบ้างไม่มีจริงบ้างแต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมไม่ลงดำไปสำรวจกันเองให้มันรู้กันไปเลยที่จริงใช่ว่ามันจะไม่มีเลยเพราะว่ามันเคยมีคนทำแล้วเหมือนกันแต่ทว่าสิ่งที่เขานั้นได้พบเจอมันกลับทำให้ชาวบ้านทึ่งกันร้องสาธุกันเลยทีเดียว

ซึ่งเรื่องราวในวันนี้ก็จะเป็นการพิสูจน์พญานาคโดยครั้งนี้เราจะไม่ไปที่แม่น้ำโขงแหล่งหลักที่เขาใช้ฟาร์มพญานาคกันแต่จะเป็นอ่างเก็บน้ำเล็กแห่งหนึ่งถือแม้ว่ามันจะเล็กแต่มันก็มีตำนานที่ไม่ธรรมดากันเลยเชื่อกันว่าอ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็นประตูสู่โรคพญานาคที่ใช้เปิดขึ้นมายังโลกมนุษย์

ดังนั้นที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้นั้นมันก็ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่มหัศจรรย์ซ้อนอยู่เช่นกันนั่นก็คือเกาะที่สามารถลอยน้ำได้ถึงแม้ว่าที่บริเวณนี้จะมีน้ำท่วมขนาดไหนน้ำมันก็ไม่เคยจนเกาะแห่งนี้ลงเลยชื่อของเกาะนี้ก็คือเกาะคำชะโนดเกาะแห่งนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะลึกลับที่มีพญานาคครอบคุ้มครองอยู่

โดยว่ากันว่าด้านใต้เกาะแห่งนี้นั้นมันจะเป็นประตูเชื่อมโยงกับประตูโลกบาดารกับโลกมนุษย์และเรื่องราวมันจะเป็นยังไงเราย้อนไปประมาณ2พันปีที่แล้วกันเลยสมัยสถานที่แห่งนี้ยังไม่เป็นที่รู้จัดกันอย่างแพร่หลายเหมือนอย่างทุกวันนี้

ซึ่งได้เล่ากันว่าในสมัยก่อนมันเป็นเพียงแค่เกาะที่รกๆธรรมดาเท่านั้นแต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนเข้ามาสร้างศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธก็เป็นเพียงศาลเล็กที่ชาวบ้านท้องถิ่นเขามากราบไหว้กันเท่านั้นเองเจ้าปู่ศรีสุทโธเป็นพญานาคนี่แหละส่วนตัวของเกาะเองก็ไม่ได้เป็นเกาะอะไรที่มันใหญ่มากนักจะเป็นเพียงแค่เกาะเล็กๆเท่านั้น

นอกจากนี้ที่บนเกาะก็จะมีไม้ชนิดพิเศษชนิดหนึ่งได้ขึ้นอยู่นั่นก็คือต้นคำชะโนดโดยว่ากันว่ามันเป็นต้นไม้ที่หากันได้ในแถบนั้นเท่านั้นที่บอกว่ามันเป็นต้นไม้พิเศษก็เพราะว่ามีคนพยายามนำเอามันไปปลูกที่อื่นแล้วแต่ก็หน้าแปลกเพราะว่าต้นไม้ต้นนั้นมันไม่ขึ้นไปเลยในที่อื่น

โดยหน้าตาของต้นไม้ชนิดนี้นั้นลูกไฮบริดผสมกันระหว่างต้นไม้สามต้นต้นตาลต้นมะพร้าวแล้วก็ต้นหมากคือมันจะมีลำต้นที่ยาวๆเหมือนกับต้นมะพร้าวแล้วก็มีใบที่เหมือนกับใบตาลแต่พอออกผลมามันกลับมีผลเล็กๆเหมือนผลหมาก

ทั้งนี้ชาวบ้านในระแวกก็ชอบอธิบายสั้นๆว่าต้นคำชะโนดเป็นการเอาสามต้นไม้นี่มามัดรวมกันแต่ที่มันมีความพิเศาไปกว่าต้นไม้นั้นก็คือตัวเกาะเมื่อมีภัยก็ตามที่เหมือจะจมน้ำแต่มันกลับไม่จมในเวลาที่มีน้ำท่วมตัวเกาะมันก็จะลอยขึ้นมาเหนือน้ำอยู่ตลอด

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ ถูกกฎหมาย

ประเพณีและศิลปะของยุคโบราณ

Posted on 27 กันยายน 202027 กันยายน 2020Categories ประเพณีTags ,

ยุคสมัยของงานศิลปะมีเกิดขึ้นมากมายเพราะว่าผู้คนต่างๆมีการพัฒนาความรู้ความเข้าใจหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ต่างๆ ประวัติศาสตร์ต่างๆแต่ละยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงเรียกข้างเยอะร่องรอยทางประวัติศาสตร์การดำเนินชีวิต หรือว่าวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยก่อนก่อนนั้นก็ถูกจดบันทึกด้วยลายลักษณ์อักษรหรือรวมถึงงานศิลปะต่างๆ

งานศิลปะมีจำนวนมหาศาลไม่ว่าจะเป็นงานแกะสลัก งานปั้น ยังมีงานอื่นๆอีกจำนวนมหาศาลที่ลงเรือบรรจุยุคปัจจุบันเพราะผู้คนเริ่มมีการรู้ถึงเครื่องมือการทำงานต่างๆก็มีการพัฒนางานศิลปะไปด้วยในตัวอย่างไรก็ตามจุดประสงค์สำคัญที่แต่ละยุคแต่ละสมัยทำให้งานศิลปะมีการพัฒนาตลอดเวลายกตัวอย่างเช่นงานในยุคหิน

ซึ่งเป็นยุคที่อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือยังไม่พร้อมสักเท่าไหร่ ก็จะมีแบ่งออกเป็น 3 ยุคย่อยคือยุคหินเก่า ยุคหินใหม่ ยุคหินกลาง สมัยก็มีลักษณะของงานศิลปะที่แตกต่างกันเพราะผู้คนต่างๆมีการเรียนรู้การใช้เครื่องมือต่างๆ การแสดงออกทางงานศิลปะก็เป็นอีกหนึ่งอย่างในนั้น

ที่ซึ่งช่วยกล่อมเกลาจิตใจมนุษย์มนุษย์มีการลงเรือล่องลอยในการดำเนินชีวิตต่างๆอยู่เสมอนี่จะทำให้ในยุคปัจจุบันสามารถเรียนรู้ได้ว่าในอดีตที่ผ่านมาผู้คนมีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง

ยกกระสอบมาที่ศิลปะได้มีการฟื้นฟูหรือมีการพัฒนาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นศิลปะในยุคอียิปต์ เมโสโปเตเมีย ยุคกรีก โรมัน คริสเตียน ไบเซนไทน์ อยุธยาสมัยก็มีการพัฒนางานหรือแม้แต่จะเป็นงานศิลปะต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ผู้คนให้การเรียนรู้การพัฒนาการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงความเข้าใจต่างๆเพราะแต่ละยุคสมัยก็มีการเรียนรู้งานศิลปะที่มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ งานศิลปะก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ยืนยันว่าผู้คนต่างๆแต่ละยุคสมัยมีความเป็นอยู่อย่างไรได้บ้าง การพัฒนาความเป็นอยู่หรือแม้แต่จะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรม

หรือบทความต่างๆรวมทั้งงานศิลปะต่างๆได้ถูกถ่ายทอดมายังคนรุ่นหลังเพราะว่าหน้าศิลปะเป็นสิ่งที่มีความหลากหลายด้านข้างเยอะ ช่วยผมบอกได้ว่าคนรุ่นต่างๆมีความเป็นอยู่อย่างไรตั้งแต่เริ่มในยุคหินก็มีการทำงานศิลปะเกี่ยวกับกำแพงถ้ำ

ที่ใช้เลือด ดิน กระดูก เข้ามาทำงานศิลปะเพื่อจดบันทึกเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวการล่าสัตว์หรือแม้แต่จะเป็นความเป็นอยู่รวมทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเช่นพายุ ฟ้าผ่า น้ำท่วม แผ่นดินไหว สิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกจดบันทึกไว้ในกำแพงทั้งสิ้น

ศิลปะแต่ละยุคแต่ละสมัยจึงสามารถบ่งบอกได้ว่าผู้คนอาศัยอยู่อย่างไรและมีการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆได้มากเท่าไหร่ แต่ยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะในการทำงานหรืองานศิลปะในการสร้างสรรค์งานต่างๆกิจกรรมการระบายออกทางสังคม

ทำให้การเปลี่ยนแปลงของงานศิลปะแต่ละยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอและสิ่งต่างๆเหล่านี้เองทำให้คนรุ่นหลังได้มีการศึกษาเรื่องราวที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  alpha88

ห้องน้ำบึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด

Posted on 24 กันยายน 202024 กันยายน 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับเรื่องในตำนานนี้จะเป็นที่จังหวัดร้อยเอ็ดสถานที่แห่งนี้ทุกๆคนได้รู้จักกันเป็นอมย่างดีเพราะนี่คือสถานที่ที่ใครหลายๆคนๆได้ใช้ในการออกกำลังกายมาพบเพื่อนบ้างมาทำกิจกรรมต่างๆบ้างถ้าพูดถึงสถานที่แห่งนี้แล้วทุกคนจะร้องอ้อทันทีสำหรับเรื่องที่เราดังต่อไปนี้ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชม

ซึ่งเรื่องราวต่างๆที่เราจะเล่ากันในต่อไปนี้มันเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าสืบต่อกันมาและยังไม่ปรากฏหลักฐานออกมาเป็นเพียงเรื่องเล่ากันปากต่อปากบ้างก็ว่าเป็นเรื่องจริงบ้างก็ว่าไม่ใช่เรื่องจริงๆแต่ถึงยังไงแล้วจะต้องวิเคราะห์กันให้ดีๆว่าสิ่งนี้คือเรื่องจริงสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องจริง

ในส่วนของบึงพลาญชัยที่เราจะเล่าดังต่อไปนี้เป็นสถานที่ชาวร้อยเอ็ดมักจะใช้เป็นสถานที่ในการออกกำลังกายผู้คนมักจะออกมาวิ่งออกกำลังกายบริเวณรอบๆบึงหรือมาปั่นบริเวณรอบบึงแห่งนี้เป็นประจำ

บึงพลาญชัยได้ตั้งอยู่กลางเมืองร้อยเอ็ดอำเภอเมืองตำบลเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด

ลักษณะจะดูคล้ายๆกับอยู่เป็นเกาะน้ำที่มีขนาดใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ2แสนตารางเมตรบึงพลาญชัยแห่งนี้นอกจากจะมีคนมาวิ่งมาออกกำลังกายแล้วภายในบึงพลาญชัยแห่งนี้ได้มีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจนั่นก็คือศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

ซึ่งได้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิอยู่คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองร้อยเอ็ดแห่งนี้เลย

นอกจากนี้สำหรับใครที่ทอยากจะสำเร็จหรืออยากจะมีสิ่งของดีๆมักจะมีคนเข้ามาของกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแห่งนี้เป็นประจำหากมองเผินๆไปมันอาจจะดูไม่ค่อยดูน่ากลัวเท่าไหร่อาจจะไม่เคยมีประวัติอาจจะไม่เคยมีเรื่องหลอนอะไรขึ้นมาเลยก็ได้แต่มันไม่เป็นยังนั่น

สำหรับเรื่องหลอนของบึงพลาญชัยมีชาวบ้านพบเจอกันเป็นจำนวนมากโดยเราได้ไปรวบรวมเรื่องสุดหลอนที่มีชาวบ้านได้ไปพบเจอกับสถานที่แห่งนี้มาว่ากันว่าห้องน้ำหญิงที่กลางบึงพลาญชัยแห่งนี้มีประวัติไม่ธรรมดาถ้าย้อมกลับไปในปี2556ที่ผ่านมานี้เคยมีคนที่เข้ามาฆ่าตัวตายแล้วเสียชีวิตในห้องน้ำหญิงแห่งนี้ด้วยได้ออกข่าวไปทั่วเลย

เนื่องจากว่าผู้หญิงที่เสียชีวิตไปเป็นภรรยาของผู้ที่มีชื่อเสียงอยู่พอสมควรในจังหวัดแห่งหนึ่งเราจะไม่ขอกล่าวถึงว่ากันว่าชาวบ้านที่ออกกำลังกายในส่วนค่ำหรือว่าช่วงมืดๆแล้วผ่านยังสถานที่แห่งนี้แล้วมักจะชอบได้ยินเสียงของผู้หญิงร้องไห้ออกมาจากห้องน้ำในสถานที่แห่งนี้อยู่เป็นประจำเลย

โดยในช่วงแรกๆที่ได้ยินเสียงหรือว่าการพบเห็นวิญญาณหญิงชาวบ้านก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาออกกำลังกายยังสถานที่แห่งนี้พอสมควรเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  dewabet

สงครามเกาหลีเหนือโจมตียึดเกาหลีใต้

Posted on 17 กันยายน 202017 กันยายน 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

สำหรับเหตุการณ์สงครามเย็นที่ทั้งสองฝ่ายได้ใช้เวทมนต์น้ำแข็งสาดใส่กันไม่ใช่ๆเดี๋ยวจะเข้าใจผิดกันหมดคำว่าสงครามเย็นมันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับน้ำแข็งและอุณหภูมิเลยคือถ้าจะให้อธิบายถึงสงครามเย็นให้เห็นภาพเพื่อนๆรอบนึกถึงโต๊ะข้าวโต๊ะหนึ่งที่เพื่อนกำลังนั่งกินกันสองคนที่รู้ว่าเขาไม่ถูกกันนั่งกินไปก็เงียบไป

แม้กระทั่งทั้งสองคนนี้เขาจะไม่ลุกมาใฝ้กันแต่เราจะรับรู้ถึงพลังอำนาจอะไรบางอย่างที่มันได้ทำให้เรานั้นได้เสียวสันหลังอยู่นั่นแหละเพื่อนพอจะนึกภาพของสงครามเย็นออกกันใช่ไหมคือทั้งสองประเทศก็ไม่ได้มาสู้กันตรงๆหรือจะเรียกอีกอย่างก็คือสงครามแบบมือไม่ไม่เปื้อน

ซึ่งก็อย่างที่รู้กันดีว่าทั้งสองประเทศนี้ไม่อยากจะให้ประเทศของตัวเองได้รับความลำบากจากสงครามอีกแล้วแต่ใความลำบากนี้ถ้ามันได้ไปตกอยู่ในประเทศก็โอเค

นอกจากนี้ในการทำสงครามในรูปแบบใหม่ก็เลยเปลี่ยนไปเป็นการทำสงครามในรูปแบบลักษณะของสงครามตัวแทนที่ในแต่ละฝ่ายเขาก็จะส่งอาวุธอะไรแล้วก็เสี้ยมสอนให้ทั้งสองดินแดนที่เขาได้ทำการส่งไปนั้นให้ได้ทำการรบกันเอง

จากนั้นย้อมกลับมาที่เกาหลีในความที่อยากจะรวมชาติมันก็ยังไม่ได้หายไปไหนเกาหลีก็อยากจะรวมชาติจนตัวสั่นแต่ทว่าเรื่องของปัญหาของระบบนี้เองที่ทำให้ตกลงกันไม่ได้สักทีแต่อย่าไปพูดอย่างนั่นอย่างนี่เลยในเมื่อใช้การเลือกตั้งไม่ได้ก็ยึดมันสะเลย

เมื่อเกาหลีเหนือได้ยินตอนนั้นที่มีโซเวียตเป็นแบ็คเขาก็จะมีอาวุธและเครื่องมือที่ตกรุ่นแล้วของโซเวียตอยู่เพียบเลยก็ได้ยกพลไปกระทืบเกาหลีใต้ตายจนถึงกรุงโซกันเลยทีเดียว

ซึ่งก็ได้ใช้เวลารวดเร็วมากประมาณ1วันเท่านั้นเองรัฐบาลของเกาหลีใต้ก็กระจายพยายามหนีกันรอดลงไปทางตอนใต้และในตอนนั้นเองสหรัฐที่เป็นแบ็คให้กับเกาหลีใต้เขาก็ยังไม่ได้ไปใส่ใจอะไรมากนักเพราะว่าเขานั้นได้อยู่ในกลุ่มสหประชาชาติที่พอจะเข้าไปสู้รบเลยก็ดูว่ามันจะน่าเกลียดด้วยความที่ว่าสหประชาชาติได้มีนโยบายที่ทำให้โลกมีสันติดสุข

เนื่องจากนี้ใครที่ยังไม่เข้าใจเรื่องของสหประชาชาติมันจะเป็นหนึ่งในสมาคมที่เขาได้ตั้งขึ้นมาหลังสงครามโลกเพื่อที่จะทำให้โลกได้มีความสงบสุขไม่มากทะเลาะกันเป็นเหมือนกับเวทีเจรจาเพื่อที่จะให้ลิ้นกับฟันกระทบงานๆ

ด้วยเหตุนี้เองสหรัฐก็จึงไม่สามารถยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ก็เลยทำให้เกาหลีใต้ต้องเอาตัวรอดไปก่อน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สถิติหวยลาว 62

การพัฒนาศิลปะของยุคกรีก

Posted on 16 กันยายน 202016 กันยายน 2020Categories ศิลปะTags ,

ยุคกรีกก็เป็นยุคที่มีงานศิลปะเกิดขึ้นมามากมายผู้คนให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานสนับสนุนจิตรกรหรือแม้แต่จะเป็นศิลปินต่างๆ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการสืบค้นเกี่ยวกับกรีกโบราณนี้ว่ามีศิลปะชนิดใดบ้างและนำมาปรับปรุงและฟื้นฟูกับค้นพบว่างานของยุคกรีกโรมันส่วนใหญ่จะเป็นประติมากรรมทั้งสิ้น และงานสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นและเด่นชัด

นี่จึงทำให้แสดงให้เห็นว่าในส่วนของวัฒนธรรมกรีกโบราณได้รับความนิยมอย่างมากในการตกแต่งเครื่องปั้นดินเผา การทำงานพิมพ์ภาพต่างๆเหล่านี้ถูกค้นพบมากมายซึ่งในยุคปัจจุบัน ก็ยังมีการศึกษาอยู่อย่างต่อเนื่องว่าศิลปะต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นที่ใดและถูกใช้สถานที่ใดได้บ้าง อย่างไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่งานศิลปะต่างๆได้มีการพัฒนาและการปรับปรุงอย่างรวดเร็วให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เครื่องปั้นดินเผางานจิตรกรรมประติมากรรมต่างๆส่งผลให้การพัฒนาศิลปะมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา กรีกโบราณต่างๆเหล่านี้ให้ความสนใจในการสนับสนุนงานศิลปะเครื่องปั้นดินเผาเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นงานสะสม ต่างๆ หรือแม้แต่จะเป็นเครื่องใช้ต่างๆที่ถูกเคลือบอย่างปราณีต สีที่ถูกใช้มีเพียงแค่ 2-3 4/1 เท่านั้น มีเพียงแค่สีขาว สีน้ำตาล สีแดง ซึ่งเป็นสีจากธรรมชาติทั้งสิ้น

ยุคต่างๆเกี่ยวกับคณะศิลปศาสตร์ต่างๆเหล่านี้ได้ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วให้สามารถเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะศิลปกรรมเกี่ยวกับทางด้านกรีกโบราณซึ่งปรากฏในยุคปัจจุบันว่าทางด้านประติมากรรมต่างๆเหล่านี้มีความโดดเด่นอย่างมากโดยเฉพาะในส่วนของประติมากรรมที่มีการเรียนแบบทางด้านของจริง ซึ่งการระบายฝาผนังหรือจั่วประตูต่างๆเหล่านี้ก็เห็นได้ชัดในยุคปัจจุบันที่ปฏิมากรรมต่างๆเป็นปฏิมากรรมนูนสูงตามผนังที่มีความน่าสนใจอย่างมาก ผู้คนต่างๆในยุคกรีกโบราณมีของสะสมเป็นจำนวนมากหลักฐานที่เห็นได้ชัดนั่น

คือทฤษฎีการนำความรุ่งเรืองต่างๆในยุคโรมันมาบวกกับงานศิลปะที่ค้นพบเราก็จะพบเรื่องราวและความเจริญรุ่งเรืองในยุคนั้น ซึ่งอย่างไรก็ตามถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ศิลปะได้เข้ามาสู่ชีวิตของผู้คน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจผู้คนต่างๆให้มีความเบาขึ้น

ศิลปะคือสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในส่วนของยุคกรีกโบราณก็มีความสำคัญทางด้านงานศิลปะด้านข้างมากเป็นอีกหนึ่งยุค ที่มีการปรับปรุงรูปแบบในการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการทำงานศิลปะด้านข้าง ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในการทำงานหรือแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของยุคโรมันซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและลักษณะของการทำงาน Isomil เปลี่ยนแปลงและการใช้งานของงานศิลปะต่างๆเหล่านี้

ศิลปะต่างๆเหล่านี้ได้เป็นประติมากรรมที่มีความโดดเด่นและมีความแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาต่างๆของยุคสมัยซึ่งทุกคนต่างๆมีการเรียนรู้ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดทุกคนต่างๆจำเป็นจะต้องมีการเรียนรู้และพัฒนาในยุคต่างๆการทำงานต่างๆเหล่านี้ทั้งด้านศิลปะที่มีการพัฒนาตลอดเวลา ยุคกรีกโบราณนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ perspective ได้เป็นอีก 1 ทฤษฎีที่นำมาเข้าร่วมใช้ในงานศิลปะต่างๆที่แสดงให้เห็นถึงความชัดเจนในการทำงาน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอล ฝากขั้นต่ํา 100 โบนัส 100

ประวัติพระปรางศ์ราชบูรณะ

Posted on 9 กันยายน 20209 กันยายน 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

พระปรางศ์ราชบูรณะสถานที่พระปรางแห่งนี้ที่ได้มีความโด่งดังและมีชื่อเสียงขึ้นมาเป็นเพราะว่าเมื่อก่อน พ.ศ.2500ได้มีการลักลอบขุดหาสมบัติและเขาก็พบสมบัติจริงๆด้วยและสมบัติส่วนหนึ่งที่ได้เป็นทองจำนวนมากปัจจุบันได้ถูกเก็บรักษาและจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสรรพยารวมถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่พระนครที่กรุงเทพด้วยแต่ว่า

นอกเหนือจากสมบัติที่เป็นพวกเครื่องทองต่างๆแล้วภายในพระปรางศ์วัดราชบูรณะยังได้มีจิตกรรมที่จะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยาและโลกตะวันออกคือจีนและอยุธยากับโลกตะวันตกคือพวกแขก

กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะความสัมพันธ์ของโลกตะวันออกและตะวันตกตรงพื้นที่บริเวณนี้นอกเหนือจากจะเป็นที่ที่มีภาพจิตกรรมอยู่แล้วและยังเป็นที่ที่เป็นบริเวณคนร้ายที่ได้เข้ามาทำการลักลอบขุดลงไปข้างใต้เราจะเห็นร่องรอยของตัวหลุมที่พวกเขาพยายามที่จะขุดเจาะลงไปผลที่ตามก็คือข้างใต้นั้นที่ได้มีภาพจิตกรรมฝาผนังเหมือนกันก็ได้ถูกทำลายไปและจะมีตรงส่วนที่เป็นเพดานของกรุของสมบัตินั่นก็แปลว่ากรุของสมบัตินั้นจะตองอยู่ข้างใต้และที่เป็นส่วนข้าบนของกรุมสมบัตินั้นที่มีผนังล้อมรอบอยู่ก็จะเต็มไปด้วยรูปของผู้คนเต็มไปหมดเลย

ซึ่งตัวผู้คนนั้นได้มีมาจากหลากหลายประเทศตัวอย่างเช่นผนังที่อยู่ด้านนี้เราก็จะเห็นรูปภาพของคนจีนที่ได้ถือกาน้ำชามีตัวอักษรจีนบ้างคำนั้นมันไม่สามารถที่จะอ่านได้เขียนเพื่อให้มันดูเป็นตัวอักษรจีนแต่ว่ามันไม่ใช่ส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็จะเห็นเป็นรูปของพวกเหล่าเทวดาเหล่านางฟ้า

นอกจากนี้ยังได้เป็นพวกมีอิทธิพลของแบบศิลปะของศรีลังกาก็จะมีล้อมอยู่เหมือนกับว่าเป็นเทพชุมนุมหรืออะไรทำนองนั้นให้กับกรุสมบัติที่ได้อยู่ข้างใต้ดูได้จากเราจะเห็นลักษณะเป็นอย่างนี้ได้จากตัวของเครื่องแต่งกายเรื่องของมงกุฎรวมไปถึงการจัดรูปภาพในฝาผนังจิตกรรม

รูปทั้งหมดของคนต่างๆเหล่านี้มันจะล้อมอยู่รอบเหนือเพดานของผนังกรุลักษณะเหมือนกับว่าเป็นเทพชุมนุมในการที่เราจะศึกษาประวัติศาสตร์ของไทยเรานั้นเราจะดูเฉพาะภายในเมืองไทยดูเฉพาะแผนที่ขวานทองสุวรรณภูมิไม่พอมันจะต้องดูด้วยว่าจีนเป็นยังไงอินเดียเป็นยังไง

ซึ่งในตอนนั้นความสำคัญมันอยู่ที่ว่าจีนมันมาถึงในยุคที่มันกำลังจะเปลี่ยนแปลงผ่านจากราชวงศ์หยวนราชวงศ์ของพวกมองโกจะมาสู่ราชวงศ์หมิงและเป็นราชวงศ์จีนและเราคิดว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านตรงนี้มันได้ทำให้สสถานการณ์ของการเมืองในเมืองจีนมีผลกระทบต่อในดินแดนในแทบบ้านของเรา

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์