ยานสำรวจคิวริออซิตีได้ส่งภาพก้อนหินปริศนากลับมายังโลกที่อยู่บนดาวอังคาร

Posted on 27 มิถุนายน 2020Categories วิทยาศาสตร์Tags ,

ยานคิวริออซิตีสีน้ำเงิน

เมื่อวันที่5มิถุนายน ปี2017 ยานเอ็มอาร์โอ ของนาซา สามารถถ่ายภาพที่น่าสนใจนี้เอาไว้ได้ จากภาพปรากฎยานสำรวจดาวอังคารคิวริออซิตี เป็นจุดสีน้ำเงิน ซึ่งอยู่ท่ามกลางบริเวณที่เป็น ทราย หิน และหน้าผา ภาพดังกล่าวได้ถูกปรับแสงเพื่อให้เห็นบริเวณพื้นผิวของดาวอังคาร ได้ชัดยิ่งขึ้นมันจึงได้ทำให้สีของยานคิวริออซิตี กลายเป็นสีน้ำเงินที่เข้มกว่าความเป็นจริง ซึ่งในขณะนั้นยานคิวริออซิตีกำลังขึ้นบนยอดเขาชาร์พที่มีความสูง18,000ฟุต ซึ่งเป็นภูเขาที่อยู่ในหลุมอุกกาบาตเกลที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นพื้นที่ ที่เคยเป็นทะเลสาบมาก่อนด้วยการศึกษาตะกอนหลุมอุกกาบาตและตะกอนจากภูเขานั้นอาจทำให้เราได้รู้ที่มาที่ไปที่แท้จริงของหลุมอุกกาบาตของหลุมภูเขาแห่งนี้ย้อนหลังไปได้ถึง2พันล้านปีเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มพบสิ่งที่น่าสนใจอย่างเช่นหินบลูเบอร์รี่เหล่านี้ที่ทำให้เชื่อว่าครั้งหนึ่งบนดาวอังคารเคยมีสภาวะที่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างจุลินทรีย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้

มาร์ส์เฮนจ์

ตั้งแต่ในช่วงเดือนมิถุนายนปี2012ยานสำรวจคิวริออซิตีก็ได้ปฏิบัติหน้าที่สำรวจพื้นผิวดาวอังคารและได้ส่งภาพที่น่าฉงนหลายภาพกลับมายังโลกหนึ่งในนั้นคือภาพของกองก้อนหินปริศนาที่ถูกตั้งเรียงเป็นรูปวงกลมผิดธรรมชาติ โดยที่บางคนเชื่อว่าสิ่งนี้อาจจะเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงอารยธรรมของสิ่งมีชีวิตโบราณที่เคยอาศัยอยู่บนดาวอังคารซึ่งได้มีลักษณะเหมือนกับเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาที่ถูกฝังอยู่ข้างใต้หรือมันอาจจะเป็นรากฐานของสิ่งก่อสร้างบางอย่างที่คล้ายกับ สโตนเฮนจ์ ที่อยู่บนโลกของเราและภาพนี้มันไม่ได้เป้นภาพถ่ายกองหินประหลาดเพียงภาพเดียวแต่มันยังมีภาพถ่ายหินปริศนาอื่นอีกที่สามารถถ่ายได้จากดาวอังคารดังเช่นภาพนี้เป็นภาพที่มีชื่อว่า “มาร์ส์เฮนจ์” ซึ่งได้เป็นภาพที่ถูกถ่ายด้วยกล้องHiRISEโดยที่ยังไม่มีใครสามารถอธิบายถึงทีมาของมันได้

หลุมปริศนา

ตั้งแต่ในปี2006ที่ นาซา ได้ส่งยานสำรวจเอ็มอาร์โอให้โคจรอยู่รอบดาวอังคารและได้ถ่ายภาพรายละเอียดของดาว ส่งกลับมายังโลกด้วยกล้องHiRISEที่ทำให้นักดาราศาสตร์สามารถเห็นวัตถุบนดาวที่มีขนาดใหญ่กว่า3ฟุตได้อย่างชัดเจนยานเอ็มอาร์โอสามารถถ่ายภาพนี้ได้ในช่วงฤดูร้อนบนดาวอังคาร ซึ่งเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำพอที่จะสามารถส่องแสงลงมาถึงบริเวณขั้วโลกใต้ของดาวได้จะเห็นว่าพื้นที่โดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งที่เกิดจากคาร์บอนไดออกไซด์ที่แข็งตัว ซึ่งมีคุณบัติเหมือนน้ำแข็งแห้งและแสงอาทิตย์ทำให้น้ำแข็งบางส่วนระเหยกลายเป็นไอจึงเผยให้เห็นหลุมปริศนาขนาดใหญ่ซึ่งได้มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดหลายร้อยเมตรและยังสามารถเห็นน้ำแข็งที่อยู่ข่้างใต้หลุมได้อีกด้วย

 

 

ขอขอบคุณ  entaplay pantip

จะเป็นยังไงอาจโลกเรามีหุ่นยนต์ตำรวจ

Posted on 16 มิถุนายน 202016 มิถุนายน 2020Categories วิทยาศาสตร์Tags ,

ถ้าวันหนึ่งระบบหุ่ยนต์ตำรวจสามารถทำงานได้แล้วรู้กฎหมายทุกอย่างเราลองคิดกันดูเล่นๆสมมุติเราขับมอเตอร์ไซค์ไปไฟแดงเหลืออีก5วินาทีแล้วไฟเหลืองมาอีก3วินาที แต่เราเชื่อเลยว่ารถมอเตอร์ไซค์มันบิดเครื่องออกไปตั้งแต่ก่อนมันจะเป็นไฟแดง2วินาทีเพราะไฟเหลืองมัน3วินาทีแต่ว่าไฟแดงอีกฝั่งหนึ่งที่เห็นมันจะเป็น2วินาทีถูกหรือไม่ แต่ถ้ามันได้มีหุ่นยนต์ตำรวจขึ้นมา

และสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นก็คืออะไรคุณขับออกมาตอนที่มันกำลังจะเป็นไฟแดง1วิ หรือ2วิ ข้ามเส้นที่เขาได้กั้นเอาไว้แล้วคุณผิดกฎหมาย หรือ บางคนอาจจะไม่ใส่หมวกกันน็อกแล้วมีหุ่นยนต์ตั้งอยู่ตรงนั้นบอกเลยว่าโดนกันทั้งหมดและหุ่นยนต์ต้องบอกเลยว่ามันไม่มีสามัญสํานึกหรือมันไม่มีคำว่าการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มันไม่มีความคิดที่จะช่วยเหลือคนเพราะหุ่นยนต์ยังไงมันก็ต้องหุ่นยนต์ หุ่นยนต์มันคือสิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อปฎิบัติงานตามที่เราสั่ง ถ้าถึงวันนั้นจริงๆที่มีหุ่นยนต์ตำรวจเราเชื่อเลยว่ามันจะชิบหายอย่างแน่นอน

เพราะคนอาจจะเข้าคุกเกินครึ่งประเทศคือเราต้องบอกก่อนเลยว่าตาม ทฤษฎีสตีเฟน ฮอว์กิง เขาได้เคยพูดเอาไว้เราเชื่อว่ายังไงมันก็เป็นเรื่องจริงบางคนมันก็อาจจะมาบอกเราว่าเราดูหนังมากเกินไปหรือเปล่าแต่คุณอย่าลืมว่าสิ่งที่ทำให้โลกเราหม่น หมองมันคืออะไร ก็คือมนุษย์เราเนี่ยแหละ สมัยก่อนมีสัตว์มีวงจรอาหารมีโซ่อาหารไปทำลายห่วงโซ่อาหาร ยกตัวอย่างเช่นหูฉลามที่เรากินกันอยู่ที่คนจีนชอบกินกันกินอะไรก็ไม่รู้แปลกๆกันทั้งนั้น ซึ่งปลาฉลามทั้งตัวแต่คุณกลับต้องการมันแค่หูด้านข้างมันทั้งนั้นพอคุณตัดมันเสร็จคุณก็ปล่อยมันตายลง

ในทะเลและถามว่าถ้าปลาฉลามมันได้หมดโลกของเราไปมันจะทำให้ห่วงโซ่อาหารพังผู้คุมกำเนิดในท้องทะเลมันไม่มีปลาเล็กปลาน้อยตะไคร้น้ำเกิดขึ้นเยอะมากขึ้นแล้วปลาเล็กปลาน้อยพวกนั้นอยู่กันล้นทะเลพวกสาหร่ายแพลงตอนหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันเป็นอาหารแบบว่าเล็กๆในทะเลมันก็จะหายไปเร็ววมากเพราะไม่มีผู้ควบคุมการกำเนิด เราถึงได้บอกว่ามนุษย์คนเรามันได้เป็นสิ่งที่บกพร่องมากที่สุดของโลกเพราะมนุษย์เราไปทำอะไรรู้หรือไม่เพราะว่ามนุษย์เราได้เข้าไปทำลายห่วงโซ่อาหารมนุษย์เราตัดไม้ทำลายป่ามนุษย์บุกรุกพื้น

ที่ที่สัตว์เขาได้เคยอาศัยอยู่ที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ได้มีการขึ้นไปสร้างบ้านอยู่บนป่าเขาอ้างนู้นอ้างนี้แล้วซึ่งที่มันเกิดขึ้นมันคืออะไรสัตว์ป่าเขาก็คิดว่าที่รงนั้นมันเป็นบ้านของพวกเขาอยู่ดีๆก็มีบ้านเรือนเข้ามาเขาก็เดินเข้าไปและสงสัยว่ามันคืออะไรพอได้เข้าไปก็ร้องโห้มนุษย์เราใจบาตรเห็นสัตว์ป่าหน่อยยิงปืน

เอาหนังมาทำเป็นเบาะบ้างเอาหนังออกเอาเนื้อส่วนขาไปปิ้งกินบ้างพอโดนจับได้ก็ออกมาบอกว่าผมไม่ได้ทำผมไม่ได้ยิงผมแค่เข้าไปสำรวจธรรมชาติเฉยๆเห็นหรือไม่ว่ามนุษย์คนเรานั้นมันได้เป็นความผิดพลาดของโลก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame1688