เพชรโฮปเป็นเพชรต้องคำสาปอย่างที่เขาเล่ากันจริงหรือเปล่า

Posted on 16 กุมภาพันธ์ 202116 กุมภาพันธ์ 2021Categories ตำนานTags ,

เวลาที่เราพูดถึงสิ่งของหรือตำนานต่างๆที่มันเคยมีอยู่ในโลกจริงๆในหน้าประวัติศาสตร์จะบอกว่ามันได้มีอยู่หลากหลายชิ้นมากไม่ว่าจะเป็นทั้งตะเกียงเจนนี่ที่เขาว่ากันว่ามีการดัดแปลงมาเป็นการ์ตูนดิสนีย์มันก็เคยมีอยู่จริงๆหรือจะเป็นกำไรข้อมือของกษัตริย์อียิปต์ที่เขาว่ากันว่าเคยมีคนขโมยไปและคนๆนั้นก็เสียชีวิตอย่างน่าอนาดมากๆ

ซึ่งเราอยากจะบอกว่ามันยังได้มีของอยู่อีกหนึ่งชิ้นที่เขาว่ากันว่าอาถรรพ์แรงไม่แพ้สิ่งที่เรายกตัวอย่างมากเบื้องต้นเลยโดยของชิ้นนี้นั่นก็คือสร้อยคอเพชรในตำนานหรือสร้อยเพชรโฮปนั่นเองโดยสร้อยเพชรโฮปตรงนี้ถ้าเอาตามข้อมูลเขาได้บอกเอาไว้ว่าสร้อยเพชรโฮปนี้ถูกพบเจอกันมานานกว่า10ล้านปีที่แล้วแต่ข้อมูลตรงนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นคนขุดมันขึ้นมา

ดังนั้นมันก็จะมีข้อมูลในการพบเจอที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในประวัติศาสตร์อยู่และบันทึกนั้นถูกเขียนโดยนักสัตววิทยาที่มีชื่อว่า “เคิล ชูการณ์” โดยเคิลชูการณ์เขาได้ลงข้อมูลเอาไว้คือเจ้าเพชรอาถรรพ์เม็ดนี้เคยเป็นอัญมณีที่เคยประดับเอาไว้อยู่ที่หน้าฝากรูปปั่นหินองค์เทพองค์หนึ่งอยู่

ซี่งเขาได้เล่าว่าวันหนึ่งได้มีนักบวชใจบาปถูกความโลภกลืนกินหัวใจจนทำให้นักบวชคนนั้นถึงกับต้องไปขโมยเพชรนั้นมาและหนีออกจากวัดนี้ไปโดยที่ไม่มีสาเหตุเลยและจากการที่คาดเดากันนั้นคาดว่าน่าจะเป็นการต้องการครอบครองและความอยากได้ส่วนตัวเลยทำให้นักบวชคนนี้ต้องทำแบบนี้นั่นเอง

นอกจากนี้หลังจากนั้นเพียงไม่นานนักบวชคนนี้ก็ถูกพบเป็นศพอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากวัดนั้นและหลังจากที่ชันสูตรพลิกศพดูแล้วปรากฏว่าไม่พบสาเหตุการเสียชีวิตเลยและที่สำคัญไปกว่านั้นคือไม่พบเพชรที่หายไปจากการขโมยด้วยและในจุดนี้มันเป็นอะไรที่น่าสงสัยมากและเพชรเม็ดนี้ก็ได้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อยู่ช่วงหนึ่งก่อนที่มันจะโผล่ออกมาอีกทีอยู่ในมือของพ่อ่ค้าชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Jean Baptiste Tavernier 

เนื่องจากนี้หากถามว่านาย Jean Baptiste Tavernierคนนี้เขาได้รับเพชรมายังไงตรงนี้มันก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ยังไม่สามารถบอกได้ก็มีการคาดเดากันไปต่างๆนานามากมายไม่ว่าจะเป็นทั้งนาย Jean Baptiste Tavernierไปพบเจอโดยบังเอิญไปขุดพบเจอหรือแม้แต่ไปขโมยมาก็ยังมีเช่นกันแต่นักวิชาการส่วนใหญ่เขาได้ลงความเห็นกันว่านาย Jean Baptiste Tavernierไม่น่าไปพบเจอเองก็อาจจะซื้อมาจากตลาดมืดก็เป็นได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    u12คาสิโน

การทดลอง อดนอน ของรัสเซียมีอยู่จริง

Posted on 9 กุมภาพันธ์ 20219 กุมภาพันธ์ 2021Categories ตำนานTags ,

ซึ่งทีมผู้วิจัยของรัสเซียเขาก็ได้มีการทดลองแล้วได้มีการหาข้อมูลว่าทำยังไงที่จะสามารถทำให้คนไม่ต้องนอนทำให้คนอดหลับอดนอนได้7วัน15วันหรือ30วันหรือมันอาจจะมากกว่านั้นทีมผู้วิจัยชาวรัสเซียนั้นเขาก็ได้ผลิตตัวยาหนึ่งขึ้นมาที่ตัวยานี้จะทำการกระตุ่นสมองทำให้มีการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

โดยตัวยาตัวนี้ยังไม่สามารถนำไปใช้จริงกับทหารได้เพราะยังไม่ได้มีการทดลองเกิดขึ้นเขาเลยได้ทำการประกาศไปหาเฉชยศึกที่เขาจับมาได้ในช่วงสงครามโลกนั้นว่าถ้าใครต้องการที่จะเป็นอิสระให้ทำการแสดงตัวออกมาและคนเหล่านั้นจะต้องมาทำการทดลองหนึ่งอย่างกับทางพวกเขา

ดังนั้นถ้าหากว่าการทดลองเป็นไปด้วยดีเขาจะปล่อยให้ผู้คนเหล่านั้นเป็นอิสระนั่นเองแน่นอนแล้วว่าหลังจากที่ได้มีการประกาศออกไปก็ได้มีเฉชยศึกหลายๆคนได้ให้คนสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากแต่พอคัดไปคัดมากลับเหลือเพียงผู้ทดลองแค่5คนเท่านั้น

เพราว่าในการทดลงอในครั้งนี้จำเป็นจะต้องคัดเลือดคนที่มีสุขภาพที่แข็งแรงเท่านั้นถ้าหากว่าใครมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงและมีอายุที่มากจนเกินไปการทดลองในครั้งนั้นอาจจะมีผลที่ถูกบิดเบือนออกไปแลหลังจากที่ได้มีการคัดคนเสร็จเป้นที่เรียบร้อยแล้วทางทีมผู้วิจัยเขาก็ได้เริ่มการทดลองทันที

โดยการทดลองในครั้งนี้คือการจับผู้ทอลอง5คนนี้เข้ามาอยู่ในห้องที่มีเพียงแค่ ไมโครโฟน กล้องวงจรปิด และ ท่อปล่อยก๊าซกับออกซิเจนเท่านั้นไม่มีช่องว่างไม่มีประตูไม่มีอะไรเลยและคนภายในจะไม่สามารถเห็นภายนอกได้เลยหรือจะให้พูดสั้นๆเลยก็คือห้องปิดตายนั่นเอง

นอกจากนี้ในห้องปิดตายนั้นตามข้อมูลเขาได้บอกเอาไว้ว่าเป็นห้องปิดตายที่มีทุกอย่างอยู่ในนั้นครบเลยไม่ว่าจะเป้นทั้งหนังสือที่นอนการใช้สุขาอนามัยต่างๆห้องน้ำคือเหมือนห้องนอนปกติทั่วไปที่ไม่ได้มีอะไรแตกต่างเลยแต่มันจะแตกต่างกันนิดนึงตรงที่ว่าคนเหล่านั้นจะต้องอยู่ในความมืดและไม่สามรถที่จะนอนได้นั่นเอง

เนื่องจากนี้ได้มีเสียงสัญญาณดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าได้เริ่มการทดลองเป็นที่เรียบร้อยแล้วและในการเฝ้าดูในกาทดลองครั้งนี้ในช่วงเวลาแรกเขายังได้บอกเอาไว้อีกว่า5วันแรกดูเป็นปกติมากๆทุกคนต่างก็พูดคุยกันเหมือนได้เพื่อนใหม่เวลาที่ได้พบกันในครั้งแรกเลย

ซึ่งในการทดลอง5วันแรกตามบันทึกของระดับออกซิเจนในเลือดได้บอกเอาไว้ว่า5วันแรกระดับออกซิเจนในเลือดของทั้ง5คนเป็นปกติเหมือนคนทั่วไปเลยแต่พอวันต่อมาในวันที่6นั้นทั้ง5คนก็เริ่มมีอาการผิดแปลกไปอย่างชัดเจน

 

สนับสนุนโดย    คาสิโนออนไลน์ฝากถอนออโต้

ใจกลางโลกมีเมืองใต้พิภพอยู่จริงหรือไม่

Posted on 20 มกราคม 202120 มกราคม 2021Categories ตำนานTags ,

ซึ่งเราก็อยากจะบอกว่าที่จริงแล้วในเรื่องนี้หลายๆภาพยนตร์หลายๆหนังได้นำเอาไปทำเป็นฉากฉากหนึ่งเยอะมากมายไม่ว่าจะเป็นเกมส์ต่างๆที่พูดถึงเรื่องของใจกลางโลกที่เขาว่ากันว่าใจกลางโลกของเราไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ที่อัดไปด้วยเนื้อโลกหินดิบทรายหรือแร่ธาตุต่างๆ

โดยใจกลางเมืองโลกของเรานั้นยังได้มีโลกอีกโลกหนึ่งอยู่ใจกลางนั้นมีดวงอาทิตย์ดวงหนึ่งที่คอยส่องสะหว่างให้พลังงานแก่พืชพันธุ์ต่างๆและสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนั่นและเขาก็ว่ากันว่าสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในใจกลางโลกตรงนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ไปแล้วกว่า100ปีหรือหลายพันปีหรือหมื่นปีอยู่

นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นเขาได้บอกว่าใจกลางโลกแห่งนี้มีสิ่งมีชีวิตที่ภูมิปัญญามากกว่ามนุษย์เราหรือมนาย์ต่างดาวอยู่ด้วย

เวลาที่เราพูดถึงโลกที่เราได้อาศัยอยู่ ณ ปัจจุบันนี้เราเชื่อว่าหลายๆคนก็อาจะต้องตั้งข้อสงสัยเยอะแยะมากมายและวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถที่จะไขคำตอบได้และมันก็ยังมีอีกหลายปริศาสนาที่มันยังคงเป็นปริศาสนาอยู่ไม่ว่าจะทั้งเรื่องของใต้ท้องทะเลที่อยู่บนโลกของเราที่มนุษย์ได้ทำการสำรวจไปเพียงแค่5%และอีก95%นั้นมันอาจจะมีอะไรที่เราคาดไม่ถึงอยู่ก็เป็นได้

ดังนั้นมันอาจจะเป็นเรื่องของหลักฟิสิกส์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทั้งเวลาการย้อนไปในอดีตหรือแม้แต่พลังงานวิญญาณเขาก็ยังไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้เช่นกันหรือแม้แต่เรื่องของสิ่งต่างๆที่อยู่นอกโลกไม่ว่าจะเป็นทั้งสิ่งมีชีวิตหรือดวงเคราะห์ต่างๆมนุษย์ยังสำรวจไปได้ไม่ครบเลย

ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันยังคงเป็นปริศาสนาที่ยังคงรอให้มนุษย์เราและนักวิทยาศาสตร์ไขกันอยู่แต่เราอยากจะบอกว่ามันยังมีเพียงอีกหนึ่งเรื่องราวที่มีคนเขาได้ตั้งข้อสงสัยและได้ตั้งข้อเท็จจริงกันว่าถ้าสิ่งสิ่งนี้มันเป็นพื้นที่มันมีอยู่จริงๆหรือเปล่าและพื้นที่ตรงนี้มันมีสิ่งมีชีวิตที่สูจน์พันธุ์ไปแล้วอาศัยอยู่หรือเปล่าด้วย

โดยพื้นที่ตรงนั้นหรือว่าหัวข้อในวันนี้นั่นก็คือ “ใจกลางโลกนั้นเอง” คือพื้นที่ใจกลางโลกตรงนี้เราต้องขอบอกก่อนเลยว่าข้อมูลในตอนนี้ที่เราได้ไปหามาได้ถามว่าสามารถที่จะยืนยันได้แล้วหรือเปล่าว่ามันเป็นยังไงต้องขอบอกเลยว่ามันยังไม่สามารถที่จะยืนยันได้มันมีแต่ข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์เขาเชื่อถือกันจากรูปภาพถ่ายดวงเทียมคลื่นสัญญาณที่ปล่อยไปตามพื้นดินหรือแม้แต่การขุดเจาะต่างๆเขาทำได้แค่เพียงคาดเดาเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย    u12

ตำนานตุ๊กตาวิคตอเรีย

Posted on 9 พฤศจิกายน 2020Categories ตำนานTags ,

            สำหรับเรื่องราวอาถรรพ์ของตุ๊กตาวิคตอเรียในครั้งนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงซึ่งมีข่าวโด่งดังในต่างประเทศเรื่องราวอาถรรพ์ของตุ๊กตานั้นเกิดขึ้นเมื่อ เด็บบี้และ คาเมล่อน เมอวิคพวกเขาได้กลายเป็นคนดังเพียงชั่วข้ามคืนหลังจากที่พวกเขานั้นซื้อตุ๊กตาวิคตอเรียมาทั้งหมด 3 ตัวด้วยกันโดย เด็บบี้ได้ เสียเงินซื้อตุ๊กตา Victoriaทั้ง 3 ตัว นั้นมาในราคาเพียงแค่ 5 ยูโรเท่านั้น

ซึ่ง เด็บบี้ซื้อตุ๊กตา Victoria ผ่านทางอินเตอร์เน็ตซึ่งทางร้านได้มีการนำตุ๊กตาใส่กล่องและส่งไปรษณีย์มาถึงหน้าบ้านของเธอเลยทีเดียวและเธอกับสามีของเธอก็ได้ยินเสียงแปลกๆออกมาจากกล่องตุ๊กตาหลังจากที่พวกเขานั้นได้รับตุ๊กตามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้ยินเสียงประหลาดออกมาจากกล่องแต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรดังนั้นพวกเขาจึงนำของตุ๊กตา Victoria ไปวางไว้ตามมุมต่างๆภายในบ้านที่เคยมีการคิดเอาไว้ว่าจะนำตุ๊กตามาตกแต่งไว้ตรงบริเวณไหนของบ้านบ้าง และหลังจากนั้นบ้านเขาก็เกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อกริ่งเตือนสัญญาณไฟไหม้

เกิดเสียงดังขึ้นและดังได้เพียงพรรคเดียวดึงสัญญาณก็ดับลงและดันขึ้นมาใหม่ซึ่งเป็นอย่างนี้ตลอดทั้งคืนเลยทีเดียว ซึ่งในรุ่งเช้า คาเมล่อนตั้งใจจะไปตรวจสอบกริ่งสัญญาณเตือนไฟว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นทำไมถึงดังตลอดทั้งคืนแต่เขากลับพบว่าที่บริเวณลำตัวของเขาโดยเฉพาะตรงช่วงบริเวณหัวเข่ามีร่องรอยการถูกขีดข่วนเต็มไปหมด

และเมื่อเราได้ไปสำรวจภายในบริเวณบ้านเขาก็พบว่ามีตุ๊กตาตัวหนึ่งซึ่งเป็นตุ๊กตาวิคตอเรียที่ส่งมาเมื่อวานนี้ซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นตุ๊กตาตัวที่สวมสร้อยคอได้ถูกแกะออกมาจากกล่อง ซึ่งเมื่อมีการถามทุกคนที่อยู่ภายในบ้านว่าใครเป็นคนแกะเอาตุ๊กตาออกจากกล่องก็ไม่มีใครที่จะได้จากกล่องตุ๊กตานั้นเลยทำให้ทุกคนภายในบ้านนั้นต่างก็สันนิษฐานเหมือนกันว่าตุ๊กตาวิคตอเรียตัวนั้นอาจจะเป็นตุ๊กตาที่มีวิญญาณสิงอยู่ก็ได้ ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวนั้นทำให้เรื่องราวของพวกเขาเป็นที่โด่งดังเนื่องจากว่ามีรายการของประเทศอังกฤษรายการหนึ่งชื่อว่ารายการ This Morning ได้มีการเชิญพวกเขาไปออกรายการ

ซึ่งในระหว่างที่ เด็บบี้และ คาเมล่อน กำลังพูดคุยกับพิธีกรในรายการที่กำลังถ่ายทอดสดอยู่นั้นพวกเขาได้นำตุ๊กตา Victoria ตัวดังกล่าวไปร่วมรายการและวางไว้เก้าอี้ซึ่งอยู่ด้านข้างของพวกเขาด้วยและทุกคนต่างก็เห็นตรงกันหมดว่าเก้าอี้ตัวที่ตุ๊กตาวิคตอเรียตัวดังกล่าวนั้นนั่งอยู่เกิดการขยับขึ้นมาได้เองโดยไม่มีใครไปจับ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ลึกลับเกิดขึ้นทำให้มีชายคนหนึ่งได้มาขอซื้อตุ๊กตา Victoria ตัวดังกล่าวไป และเช่นเดียวกันเมื่อชายคนดังกล่าวนั้นนำตุ๊กตาไปไว้ที่บ้านเขาก็ต้องพบกับเหตุการณ์ประหลาดเช่นเดียวกันเมื่อไฟในบ้านของเขานั้นเกิดติดขึ้นมาได้เอง

และยังมีรูปที่แขวนไว้ภายในบ้านก็เกิดแกว่งได้เองขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครไปจับ ที่สำคัญพ่อของชายหนุ่มนั้นก็มีร่องรอยการถูกขีดข่วนเกิดขึ้นที่แขนเช่นเดียวกัน และเขายังได้บอกอีกว่าตุ๊กตาได้บังคับให้แอ็ปส่งคำศัพท์มาบอกเขาด้วยว่า จริงจริงแล้วตุ๊กตาตัวนี้เธอชื่อว่า ซาแมนต้าและยังบอกอีกว่าเธอเกลียดผู้ชายมากๆ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวของตุ๊กตา ซาแมนต้า ก็เงียบหายไป ชายหนุ่มคนล่าสุดที่ซื้อตุ๊กตาตัวนี้ไปเขาไม่เคยพูดถึงตุ๊กตาตัวนี้อีกเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    แทงหวยออนไลน์

ศุกร์13เป็นเรื่องจริงหรือไม่

Posted on 7 ตุลาคม 20207 ตุลาคม 2020Categories ตำนานTags ,

โดยเราจะบอกว่าตำนานในเรื่องของศุกร์13เราเชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยได้ยินเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้างถ้าใครไม่เคยได้ยินอย่างน้อยก็คงจะคุ้นหูคุ้นตากับหนังเรื่องFriday the13หรือว่าเรื่องของศุกร์13ฝันหวานที่มีหน้ากากเจสันอยู่ในเรื่องนั้นแล้วเป็นหนังสยองขวัญเราเชื่อว่าหลายคนคุ้นหูและค้นตากันกันอย่างแน่นอนแต่ถามว่าเรื่องของตำนานเกี่ยวกับศุกร์13มันเป็นเหมือนในหนังที่กล่าวมาหรือเปล่าต้องขอบอกอย่างนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอน

ซึ่งในหนังได้หยิบเอาเรื่องราวตำนานเหล่านั้นมาดัดแปลงว่าศุกร์13เป็นเรื่องราวที่มีแต่ความโหดร้ายมีแต่ความดวงซวยมีแต่สิ่งแย่ๆที่จะเกิดขึ้นในวันนั้นเขาเลยได้ทำการดัดแปลงศุกร์13มาเป็นเรื่องFriday the13นั่นเองและจะบอกเลยว่าเราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของศุกร์13มาเรียบร้อยแล้วและข้อมูลเหล่านี้ต้องขอบอกก่อนเลยว่าค่อนข้างที่จะน่าสนใจมาก

นอกจากนี้เวลาที่เราพูดถึงเรื่องตำนานเกี่ยวกับดวงวันความเชื่อเกี่ยวกับดวงวันต่างๆส่วนใหญ่เราก็คงจะได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของวันพุธห้ามตัดผมไม่เช่นนั้นจะเกิดแต่เรื่องซวยอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้หรือว่าวันไหนที่มีพระจันทร์สีแดงนั่นคือวันที่จะมีสิ่งร้ายๆเกิดบนโลกเราหรืออาจจะเป็นวันที่เราอายุครบ15 25 35 หรือสิ่งที่เราเรียกกันว่าเบญเพสกันวันเหล่านั้นจะเป็นวันที่เราเกิดแต่เรื่องแย่ๆอาจจะหนักถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็ว่าได้

ซึ่งส่วนใหญ่เราจะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของวันเหล่านั้นแต่อยากจะบอกว่ามันยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจและเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนได้ให้ความสนใจกันมากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องของวันดวงซวยเลยนั่นก็คือเรื่องของศุกร์13นั่นเอง

โดยคำว่าศุกร์13ที่เราได้พูดถึงตรงนี้ถ้าเอาความหมายที่เราได้ไปหาข้อมูลมาตรงนี้เราของแยกออกเป็นสองคำก่อนระหว่างคำว่าวันศุกร์กับคำว่าเลขวันที่13 คำว่าวันศุกร์ในที่นี้ตามความเชื่อเกี่ยวกับดวงเกี่ยวกับวันวันศุกร์ถือว่าเป็นวันที่โชคร้ายที่สุดในความเชื่อของชาวคริสเตียน

ดังนั้นบางคนก็เชื่อว่าพระเยซูถูกขึงตึงแขนในวันศุกร์ในอดีตที่ผ่านมาหรือบางคนเขาเชื่อว่าวันศุกร์เป็นวันที่อีฟได้ชวนให้อดัมเข้ามากินผลไม้ที่พระเจ้าเขาสั่งห้ามเอาไว้หรือในบางทีอาจจะมีความเชื่อหนึ่งก็คือวันศุกร์คือวันที่โลกของคนเป็นกับโลกของคนตายได้เปิดประตูเข้าสู่หากันเลยทำให้บางคนที่สามารถสัมผัสได้สามารถรับรู้สิ่งเหล่านี้ได้อาจะเห็นหรืออาจจะพบเจอญาติพี่น้องสัมภเวสีเข้ามาขอส่วนบุญก็เป็นได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

ตำนานพระธุดงค์กับผีปอบลิ้นดำ จ.สุรินทร์

Posted on 6 ตุลาคม 20206 ตุลาคม 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับเรื่องนี้ได้เป็นเรื่องราวของพระรูปหนึ่งที่ได้เดินทางธุดงค์ไปถึงที่จังหวัดสุรินทร์แล้วก็ได้ไปพบกับเรื่องราวของปอบลิ้นดำเราอยากบอกคุณคนที่เข้ามาอ่านก่อนว่าเรื่องราวที่ได้อ่านนี้ให้ใช้วิจารณาญาณในการอ่านให้ดีๆเราจะไม่ขอฟันธงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมา 

ซึ่งเรื่องราวนี้ต้องย้อนกลับไปในปี2542เป็นประสบการณ์ตรงของคุณพงษ์เลยโดยคุณพงษ์ได้บวชเป็นพระอยู่แล้วก็ได้ติดตามพระอาจารย์ท่านหนึ่งไปออกเดินทางธุดงค์ไปในสมัยนั้นป่ามีเยอะมันยังไม่เท่าสมัยนี้สมัยก่อนต้นไม้หรือภูเขาจนอุดมสมบูรณ์มากๆเลย

โดยคุณพงษ์และพระอาจารย์ก็ได้เดินทางออกจากจังหวัดฉะเชิงเทรามุ่งหน้าไปที่ดินแดนอีสานเดินทางไปเรื่อยๆค่ำไหนก็ปักกลดนอนที่นั่นเลยการเดินธุดงค์ครั้งนี้ของคุณพงษ์และพระอาจารย์กินเวลาไปประมาณเกือบสองเดือนจนกระทั่งไปถึงที่จังหวัดสุรินทร์ในช่วงเวลาค่ำพระอาจารย์ก็ได้เลือกปักกลดเป็นทำเลที่เป็นวัดร้างแห่งหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดสุรินทร์

เมื่อช่วงเวลาค่ำหลังจากพระภิกษุทั้งสองรูปนั้นก็คือตัวคุณพงษ์และตัวพระอาจารย์ทำกิจอะไรต่างๆเสร็จก็ได้มีผู้ใหญ่บ้านกับลูกบ้านอีกสี่คนเข้ามากราบสักการะพระอาจารย์และได้บอกว่าดีเหลือเกินไม่มีพระเข้ามาให้ญาติโยมได้กราบไหว้กันมานานแล้ว

เนื่องจากว่าในสมัยนั้นจะมีวัดร้างเยอะมากๆเลยเพราะว่าพระในสมัยก่อนจะไม่เหมือนกับพระในสมัยนี้ผู้ที่บวชเรียนในสมัยก่อนว่ากับว่าน้อยมากๆพระก็ไม่ค่อยจะมีเหมือนกับสมัยนี้เลยแล้วผู้ใหญ่บ้านก็ถามต่อไปว่าพระอาจารย์จะปักกลดโปรดญาติโยมอีกกี่วัน

พระอาจนารย์ได้บอกว่าหากสถานที่นั้นสงบและเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมก็จะอยู่สักสองสามวันเนื่องจากว่าได้เดินธุดงค์มานานมากแล้วก็เลยอยากจะพักปฏิบัติสักทีผู้ใหญ่บ้านสาธุไปแล้วก็พูดว่าผมจะให้ลูกบ้านไปประกาศว่ามีพระจะปักกลดอยู่ในบริเวณนี้จะได้มาทำบุญใส่บาตรจากนั้นชาวบ้านก็ก้มกราบและขอตัวกลับบ้านกันก่อนเสร็จแล้วพระทั้งสองก็ได้ปฏิบัติธรรมกันต่อนั่งสมาธิเดินจงกลมนั่งวิปัสสนากรรมฐานต่างๆ

เมื่อเวลาเที่ยงคืนก็ได้ถึงเวลาเข้ากลดจำวัดกันโดยในเวลาเที่ยวคืนต่างจังหวัดก็ถือว่าดึกมากแล้วเพื่อที่ว่าเวลาตีสี่จะต้องตื่นขึ้นมาทำวัดสวดมนต์กันคืนแรกก็ผ่านไปได้ด้วยดีเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนเวลามาถึงช่วงตีสี่พระทั้งสองรูปนี้ก็ตื่นขึ้นมาทำวัดสวดมนต์แล้วก็นั่งปฏิบัติธรรมจนถึงหกโมงเช้ากันเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  bk8

เกาะป่าต้นคำชะโนด

Posted on 1 ตุลาคม 20201 ตุลาคม 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับพญานาคก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีคนชอบถกเถียงกันว่ามีจริงบ้างไม่มีจริงบ้างแต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมไม่ลงดำไปสำรวจกันเองให้มันรู้กันไปเลยที่จริงใช่ว่ามันจะไม่มีเลยเพราะว่ามันเคยมีคนทำแล้วเหมือนกันแต่ทว่าสิ่งที่เขานั้นได้พบเจอมันกลับทำให้ชาวบ้านทึ่งกันร้องสาธุกันเลยทีเดียว

ซึ่งเรื่องราวในวันนี้ก็จะเป็นการพิสูจน์พญานาคโดยครั้งนี้เราจะไม่ไปที่แม่น้ำโขงแหล่งหลักที่เขาใช้ฟาร์มพญานาคกันแต่จะเป็นอ่างเก็บน้ำเล็กแห่งหนึ่งถือแม้ว่ามันจะเล็กแต่มันก็มีตำนานที่ไม่ธรรมดากันเลยเชื่อกันว่าอ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็นประตูสู่โรคพญานาคที่ใช้เปิดขึ้นมายังโลกมนุษย์

ดังนั้นที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้นั้นมันก็ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่มหัศจรรย์ซ้อนอยู่เช่นกันนั่นก็คือเกาะที่สามารถลอยน้ำได้ถึงแม้ว่าที่บริเวณนี้จะมีน้ำท่วมขนาดไหนน้ำมันก็ไม่เคยจนเกาะแห่งนี้ลงเลยชื่อของเกาะนี้ก็คือเกาะคำชะโนดเกาะแห่งนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะลึกลับที่มีพญานาคครอบคุ้มครองอยู่

โดยว่ากันว่าด้านใต้เกาะแห่งนี้นั้นมันจะเป็นประตูเชื่อมโยงกับประตูโลกบาดารกับโลกมนุษย์และเรื่องราวมันจะเป็นยังไงเราย้อนไปประมาณ2พันปีที่แล้วกันเลยสมัยสถานที่แห่งนี้ยังไม่เป็นที่รู้จัดกันอย่างแพร่หลายเหมือนอย่างทุกวันนี้

ซึ่งได้เล่ากันว่าในสมัยก่อนมันเป็นเพียงแค่เกาะที่รกๆธรรมดาเท่านั้นแต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนเข้ามาสร้างศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธก็เป็นเพียงศาลเล็กที่ชาวบ้านท้องถิ่นเขามากราบไหว้กันเท่านั้นเองเจ้าปู่ศรีสุทโธเป็นพญานาคนี่แหละส่วนตัวของเกาะเองก็ไม่ได้เป็นเกาะอะไรที่มันใหญ่มากนักจะเป็นเพียงแค่เกาะเล็กๆเท่านั้น

นอกจากนี้ที่บนเกาะก็จะมีไม้ชนิดพิเศษชนิดหนึ่งได้ขึ้นอยู่นั่นก็คือต้นคำชะโนดโดยว่ากันว่ามันเป็นต้นไม้ที่หากันได้ในแถบนั้นเท่านั้นที่บอกว่ามันเป็นต้นไม้พิเศษก็เพราะว่ามีคนพยายามนำเอามันไปปลูกที่อื่นแล้วแต่ก็หน้าแปลกเพราะว่าต้นไม้ต้นนั้นมันไม่ขึ้นไปเลยในที่อื่น

โดยหน้าตาของต้นไม้ชนิดนี้นั้นลูกไฮบริดผสมกันระหว่างต้นไม้สามต้นต้นตาลต้นมะพร้าวแล้วก็ต้นหมากคือมันจะมีลำต้นที่ยาวๆเหมือนกับต้นมะพร้าวแล้วก็มีใบที่เหมือนกับใบตาลแต่พอออกผลมามันกลับมีผลเล็กๆเหมือนผลหมาก

ทั้งนี้ชาวบ้านในระแวกก็ชอบอธิบายสั้นๆว่าต้นคำชะโนดเป็นการเอาสามต้นไม้นี่มามัดรวมกันแต่ที่มันมีความพิเศาไปกว่าต้นไม้นั้นก็คือตัวเกาะเมื่อมีภัยก็ตามที่เหมือจะจมน้ำแต่มันกลับไม่จมในเวลาที่มีน้ำท่วมตัวเกาะมันก็จะลอยขึ้นมาเหนือน้ำอยู่ตลอด

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ ถูกกฎหมาย

ห้องน้ำบึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด

Posted on 24 กันยายน 202024 กันยายน 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับเรื่องในตำนานนี้จะเป็นที่จังหวัดร้อยเอ็ดสถานที่แห่งนี้ทุกๆคนได้รู้จักกันเป็นอมย่างดีเพราะนี่คือสถานที่ที่ใครหลายๆคนๆได้ใช้ในการออกกำลังกายมาพบเพื่อนบ้างมาทำกิจกรรมต่างๆบ้างถ้าพูดถึงสถานที่แห่งนี้แล้วทุกคนจะร้องอ้อทันทีสำหรับเรื่องที่เราดังต่อไปนี้ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชม

ซึ่งเรื่องราวต่างๆที่เราจะเล่ากันในต่อไปนี้มันเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าสืบต่อกันมาและยังไม่ปรากฏหลักฐานออกมาเป็นเพียงเรื่องเล่ากันปากต่อปากบ้างก็ว่าเป็นเรื่องจริงบ้างก็ว่าไม่ใช่เรื่องจริงๆแต่ถึงยังไงแล้วจะต้องวิเคราะห์กันให้ดีๆว่าสิ่งนี้คือเรื่องจริงสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องจริง

ในส่วนของบึงพลาญชัยที่เราจะเล่าดังต่อไปนี้เป็นสถานที่ชาวร้อยเอ็ดมักจะใช้เป็นสถานที่ในการออกกำลังกายผู้คนมักจะออกมาวิ่งออกกำลังกายบริเวณรอบๆบึงหรือมาปั่นบริเวณรอบบึงแห่งนี้เป็นประจำ

บึงพลาญชัยได้ตั้งอยู่กลางเมืองร้อยเอ็ดอำเภอเมืองตำบลเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด

ลักษณะจะดูคล้ายๆกับอยู่เป็นเกาะน้ำที่มีขนาดใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ2แสนตารางเมตรบึงพลาญชัยแห่งนี้นอกจากจะมีคนมาวิ่งมาออกกำลังกายแล้วภายในบึงพลาญชัยแห่งนี้ได้มีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจนั่นก็คือศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

ซึ่งได้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิอยู่คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองร้อยเอ็ดแห่งนี้เลย

นอกจากนี้สำหรับใครที่ทอยากจะสำเร็จหรืออยากจะมีสิ่งของดีๆมักจะมีคนเข้ามาของกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแห่งนี้เป็นประจำหากมองเผินๆไปมันอาจจะดูไม่ค่อยดูน่ากลัวเท่าไหร่อาจจะไม่เคยมีประวัติอาจจะไม่เคยมีเรื่องหลอนอะไรขึ้นมาเลยก็ได้แต่มันไม่เป็นยังนั่น

สำหรับเรื่องหลอนของบึงพลาญชัยมีชาวบ้านพบเจอกันเป็นจำนวนมากโดยเราได้ไปรวบรวมเรื่องสุดหลอนที่มีชาวบ้านได้ไปพบเจอกับสถานที่แห่งนี้มาว่ากันว่าห้องน้ำหญิงที่กลางบึงพลาญชัยแห่งนี้มีประวัติไม่ธรรมดาถ้าย้อมกลับไปในปี2556ที่ผ่านมานี้เคยมีคนที่เข้ามาฆ่าตัวตายแล้วเสียชีวิตในห้องน้ำหญิงแห่งนี้ด้วยได้ออกข่าวไปทั่วเลย

เนื่องจากว่าผู้หญิงที่เสียชีวิตไปเป็นภรรยาของผู้ที่มีชื่อเสียงอยู่พอสมควรในจังหวัดแห่งหนึ่งเราจะไม่ขอกล่าวถึงว่ากันว่าชาวบ้านที่ออกกำลังกายในส่วนค่ำหรือว่าช่วงมืดๆแล้วผ่านยังสถานที่แห่งนี้แล้วมักจะชอบได้ยินเสียงของผู้หญิงร้องไห้ออกมาจากห้องน้ำในสถานที่แห่งนี้อยู่เป็นประจำเลย

โดยในช่วงแรกๆที่ได้ยินเสียงหรือว่าการพบเห็นวิญญาณหญิงชาวบ้านก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาออกกำลังกายยังสถานที่แห่งนี้พอสมควรเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  dewabet

นักเตะพรสวรรค์ ที่มักเสียคนเพราะผู้หญิง ยาเสพติด และแสงสี

Posted on 4 สิงหาคม 20204 สิงหาคม 2020Categories ตำนานTags ,

ในโลกใบนี้นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยสุดยอดนักเตะก้องโลกที่มีพรสวรรค์และชื่อดังอย่างมากมาย แต่ก็มีหลายคนเหลือเกินที่มักจะพลาดในตอนจบด้วยการที่ไม่ก้าวขึ้นไปสู่สุดยอดของการเป็นนักเตะที่คนชื่นชอบและยกย่องว่าเป็นเก่งตลอดกาลได้ เพราะในช่วงที่กำลังถึงขีดสุดความสามารถ กลับไม่ยอมที่จะพัฒนาต่อและปล่อยตัวเองให้หลงไปกับแสงสี และสิ่งยั่วยุ ดังเช่น นักเตะที่มีชื่อ เอเดรียน มูตู

ซึ่งหากย้อนหลังกลับไปเมื่อสักสิบห้าปีที่แล้ว เชื่อเหลือเกินว่าแฟนฟุตบอลทุกคนจะต้องรู้จักนักเตะคนนี้ เพราะเค้าเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ของทีมชาติโรมาเนีย ซึ่งถ้าหากไม่นับนักเตะที่ชื่อว่า จอร์จี้ ฮาจี้ ที่เรียกว่าคือเจ้าชายฟุตบอลแห่งวงการโรมาเนียแล้วนั้น ก็ต้องเป็นนักเตะที่ชื่อว่า เอเดรียน มูตู  เพราะในวงการฟุตบอลของประเทศโรมาเนียนั้น

จะหาค่อนข้างได้ยากกับนักเตะที่ก้าวขึ้นมาเป็นระดับซุปเปอร์สตาร์ของโลก ซึ่งเอเดรียน มูตู เคยได้ยืนอยู่จุดนั้น แต่เค้ากลับไม่รักษามันไว้ เพราะเมื่อครั้งหนึ่งนักเตะคนนี้ทำได้ยอดเยี่ยมกับการยิงประตูที่เทียบเท่ากับ จอร์จี้ ฮาจี้แล้วนั้น ในนามทีมชาติ แต่เมื่อครั้นเค้าได้ย้ายไปร่วมทีมเชลซี ที่ประเทศอังกฤษ ทำนบความเป็นนักเตะมืออาชีพของเค้าก็แตกลง เพราะเมื่อเค้าหลงมัวเมากับแสงสี จนถึงขั้นชีวิตครัวต้องแตกหัก เพราะไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น แถมที่หนักไปกว่านั้น ตัวเค้าเองไปพัวพันเกี่ยวกับเรื่องการเสพยาสารเสพติด!!

นั่นคือบ่อเกิดและจุดฉนวนให้สโมสรเชลซี ที่ในยุคนั้นคือยุคของการเปลี่ยนแปลง ที่ทางโรมัน อิบราโมวิช เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรใหม่ๆ และได้แต่งตั้ง โฆเซ่ มูรินโญ่ ขึ้นมาคุมทีมแล้วนั้น ด้วยความดุเฮี๊ยบของกุนซือ มาเจอกับความไม่เป็นมืออาชีพของมูตูนั้น ทำให้ชีวิตการค้าแข้งของเค้าในอังกฤษไม่ประสบความสำเร็จ จนต้องย้ายไปเล่นในอิตาลี

ซึ่งเหมือนว่าฟ้าจะประทานโอกาสให้เค้าอีกครั้ง ด้วยข้อเสนอการร่วมทีมกับยักษ์ใหญ่ ยูเวนตุส แต่ตัวเค้าเองใช้เวลาไม่นานก็

ออกลาย ตรวจร่างกายไม่ผ่านสารเสพติด จนสุดท้ายพอมีเรื่องแบบนี้บ่อยเข้า ทางยูเว่ ก็ตัดสินใจโละเค้าทิ้งแบบไม่มีเยื่อใย จนทำให้ชีวิตนักเตะของเค้าต้องหันไปร่วมทีมเล็กๆในอิตาลี จนสุดท้ายก็เลิกเล่นและแขวนสตั๊ดไป แบบที่นักเตะโนเนมคนหนึ่งๆ ได้ทำไว้กับอาชีพนักเตะ

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

เรื่องเล่าชาวอเมริกันได้เข้ามาเที่ยวที่ประเทศไทยและไม่เชื่อเรื่องผีในไทย

Posted on 13 กรกฎาคม 202013 กรกฎาคม 2020Categories ตำนานTags ,

ผีเจ้าที่เป็นผีที่ปกป้องรักษาถิ่นของตนเพื่อป้องกันผู้ที่ไม่ประสงค์ดีเข้ามาแต่ก็ยังมีผีบางตนที่เต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาทเพราะว่ามันเป็นสัมภเวสีหรือผีตายโหงวันนี้เราจะมาเล่าเรื่องผีที่มีชื่อเรื่องว่า Ghost Honse มันอยู่ในศาล

เปิดเรื่องมาที่ จิมมี่ กับ จูรี่ ที่เป็นคู่รักชาวอเมริกันได้ลงเครื่องบินมาที่กรุงเทพมหานครประเทศไทย เมื่อได้ออกจากสนามบินก็ได้พบกับโกโก้คนขับรถและไกด์ชาวไทยที่ได้อาสาพาพวกเขาเที่ยวเมืองหลวงทั้งคู่ก็ได้ขึ้นรถไปกับโกโก้จนมาถึงที่โรงแรมตรงนั้นเป็นที่แรกที่พวกเขาได้เจอกับศาลพระภูมิ จูรี่ก็ได้สงสัยว่ามันคืออะไรบ้านอะไรทำไมถึงเล็กจังโกโก้ก็เลยอธิบายไปว่ามันคือศาลพระภูมิคนไทย

เชื่อว่าเราทำบ้านให้กับผีและให้ของขวัญให้กับผีเพื่อให้ผีนั้นพอใจเมื่อผีพอใจมันก็จะอยู่ในบ้านนั้นและจะไม่เข้าไปในบ้านของคนมันได้เป็นความเชื่อที่ได้สืบทอดกันมายาวนานจูรี่ดูเหมือนกำลังจะหลงไหลกับความน่าพิศวงของศาลพระภูมิหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เข้าไปพักที่โรงแรมจัดของในห้องพักและคาดว่าการท่องเที่ยวครั้งนี้จะไม่มีความสุขเช้าในวันต่อมาโกโก้ก็ได้พาพวกเขาเที่ยวเมืองหลวง

แนะนำให้ได้รู้จักกับวัฒนธรรมของไทยจูรี่ดูท่าจะชอบเอามากๆทั้งเยี่ยมชมวัดและแม่น้ำลำคลองบรรยายกาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานจูรี่ก็ยังได้หลงไหลของความเชื่อของคนไทยทั้งพระพุทธรูปเครื่องรางของขลังต่างกับจิมมี่เขาไม่สนเท่าไหร่แต่ก็ต้องเอาใจแฟนเที่ยวไปด้วยเฮฮาไปด้วยนั่งรถเที่ยวไปเรื่อยๆจูรี่ได้สงสัยเห็นต้นไทรยักษ์และศาลพระภูมิที่เรียงรายอยู่ข้างถนนเธอได้สนใจ

และได้บอกให้โกโก้หยุดรถและลงไปถ่ายรูปคนเดียวถ่านรูปด้วยความหลงไหลในความพิศวงของศาลพระภูมิเธอได้มองเข้าไปในศาลเพราะอยากรู้ว่าด้านในมันมีอะไรเธอได้มองเข้าไปในนั้นอย่างหลงไหลเธอได้ยกกล้องขึ้นมาเพื่อจะเก็บภาพและทันใดนั้นเองก็มีคนบ้าได้เข้ามาทักเธอและได้ไล่เธอออกไปจากตรงนั้นเธอก็ได้ขอโทษและเดินกลับไปขึ้นรถ

ในเวลาต่อมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งระหว่างที่เขากำลังทานข้าวอยู่จิมมี่ได้นำแหวนขึ้นมาพูดว่าผมรักคุณจูรี่ทั้งยามดีและยามร้ายจิมได้คุกเข่าขอแต่งงานจูรี่ก็ได้ตอบรับด้วยความดีใจทั้งคู่ก็ได้มีความสุขกันมากๆตอนเย็นพวกเขาได้กลับมาที่พักก่อนที่จะขึ้นห้องโกโก้ได้ทิ้งนามบัตรเอาไว้พร้อมกับนัดพวกเขาเที่ยวในวันต่อไปทั้งคุ่ได้เดินเข้าไปในโรงแรมและได้เจอกับคู่หูชาวอังกฤษทั้งสองได้แนะนำตัวได้พูดคุยกันเล็กน้อยจนพึ่งรู้ว่าทั้งคู่นั้นพึ่งจะมั่นกันวันนี้

 

สนับสนุนโดย  entaplay poker