ล่ากรุสมบัติทหารญี่ปุ่น

Posted on 21 เมษายน 202021 เมษายน 2020Categories ตำนานTags ,

ก่อนหน้านี้ในอําเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เขาได้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่ได้เข้าไปขุดหาทรัพย์สมบัติจากนั้นเขาก็ได้มองว่าเรื่องแบบนี้นั้นมันไม่ถูกต้อง แต่สำหรับฝั่งของคนที่ทำการขุดนั้น ก็คือตาอึ่ง ที่เขานั้นได้เคยฝันก็เพราะว่า ตาอึ่งนั้นเขาได้เป็นคนที่อยู่ในพื้นที่และก็ได้เชื่อว่าได้ฝันเห็นทหารญี่ปุ่นได้ขนทรัพย์สมบัตินำเอามาซ่อนเอาไว้เป็นจำนวนมาก

แต่สุดท้ายแล้วพวกเพื่อนๆที่ได้นำเอารถไปขุดดินนั้น จากนั้นก็ได้มีการแจ้งในข้อกล่าวหาแต่แล้วเจ้าตัวตาอึ่งนั้นเขาก็ได้หายตัวไป จากนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องก็จะมีนายอึ่งได้เป็นคนพาเริ่มเพราะเนื่องจากว่านายอึ่งนั้นได้นิมิตเห็นจากนั้นนายอึ่งก็ได้เข้าไปซักช่วยชาวบ้านมาที่มี ชื่อว่านายแขก และก็ได้มีคุณลุงบุญส่ง

จากนั้นก็ได้ทำการหาตัวกลับมาทั้งหมดปรากฏว่าไปพบเจอ จะพบเจอแต่คุณลุงบุญส่ง จากนั้นด้านของคุณลุงบุญนั้นที่ก่อนหน้านี้เขาได้บอกว่าไม่เชื่อว่าเรื่องพวกนี้มันจะมีทรัพย์สมบัติ แต่ไม่นานมาด้านคุณลุงบุญส่งเองก็เริ่มที่จะเชื่อแล้วมันน่าจะมีทรัพย์สมบัติอยู่จริงๆ จากนั้นรวมกับเจ้าของที่ดินที่เขาได้ยินยอมได้ให้ทำการขุดเพราะเขาได้คิดว่ามันไม่น่าจะเสียหายอะไรเท่าไร จากนั้นเดิมที่แล้วนายอึ่งเขาได้ทำการใช้มือเปล่าขุดจากนั้นในภายหลังที่เขาได้ทำการขุดมาเป็น10ๆปี

จากนั้นก็เกิดฝนตก พอฝนตกเท่านั้นแหละมันก็ได้ทำให้หน้าดินเปียกจากนั้นจึงทำให้น่าดินนั้นได้ปิดน่าถ้ำจนหมดก่อนน่านี้หลุมแต่ละหลุมที่ได้มีการใช้มือขุดแต่ละหลุมนั้นมันก็มีความลึกไม่มากเท่าไรประมาณ4เมตรก็ถือว่าเก่งเลยทีเดียวที่ได้ใช้มือเปล่าจากนั้นหลุดที่ได้เกิดเหตุก็คือหลุมที่สามเขาได้นำเอารถแบคโฮ

จากนั้นมาจึงได้ทำให้นายอำเภอจะต้องทำการสั่งให้เลิกขุดและวันนี้เราได้มีโอกาสได้เข้าไปเจอกับคุณลุงบุญส่งคนที่บอกว่ามันไม่จริงหรอกแต่เพราะเขาจ้างลุงมาลุงก็ต้องทำแต่จู่ๆด้านคุณลุงบุญส่งนั้นเขาก้ได้กลับลำด้านของหลุมนั้นมันยังอยู่ตรงที่เดิมด้านลุงบุญส่งยังบอกว่าตัวลุงเองนั้นก็ไม่เชื่อว่าญี่ปุ่นหรือผีที่เป็นทหารญี่ปุ่น

ในสมัยของสงครามโลกนั้นมันจะอยู่ที่นี่แต่วันนี้คุณลุงบุญส่งเขาก็ได้ยอมเปิดใจและบอกกับเราว่าลุงนั้นได้เจอเองเลยกับตัวก็เลยเข้าไปถามว่าลุงไปเจออะไรมาครั้งก่อนลุงบอกว่าไม่เชื่อแต่พอมาวันนี้ลุงนั้นกลับได้เชื่อเพราะลุงนั้นเคยได้ใช้ปืนยิงเห็นญี่ปุ่นก็ได้เข้าไปถามอีกว่าลุงยิงจริงๆใช่ไปลุงแก่ก็ตอบกลับมาว่าจริง

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  rb88

2อัญมณีลึกลับ

Posted on 12 เมษายน 202012 เมษายน 2020Categories ตำนานTags

เรื่องของอัญมณีเพื่อใช้เป็นเครื่องแสดงถึงตำแหน่งและเกียรติยศและนอกจากเพื่อความสวยงามและความเป็นสิริมงคลต่างๆแล้วก็ยังใช้ประโยชน์ในด้านการรักษาโรคทั้งทางกายภาพและทางด้านจิตใจได้อีกด้วย ซึ่งในวันนี้เราจะมาดูกันว่าอัญมณีใดบ้างที่ยังไม่อาจจะชี้ชัดให้ได้ว่าว่าอัญมณีเหล่านี้มันได้มีต้นกำเนิดมาจากที่ไหนบ้างอัญมณีที่ได้มีเรื่องเล่าตำนานอาถรรพ์หรือเมื่อกระทั่งเชื่อว่าได้มีพลังที่เหนือธรรมชาติ

Mysterious Blue Stone หรือ หินสีฟ้าลึกลับ

Mysterious Blue Stoneได้ถูกค้นพบโดยAngelo Pitoniนักธรณีวิทยาชาวอิตาลีที่ได้ถูกว่าจ้างให้ออกไปสำรวจหาของอัญมณีที่ล้ำค่าในระหว่างที่ได้ทำการสำรวจในบริเวณชายแดนของประเทศเซียร์ราลีโอนทีมงานก็ได้เข้าไปพบกับวัตถุที่เป็นปริศนาที่เป็นก้อนหินสีฟ้าใสเหมือนกับสีน้ำทะเลเมื่อเขาได้นำเอากลับมาที่ยุโรปเพื่อนำเอาหินลึกลับนี้ให้กับสถานบันวิจัยวิทยาศาสตร์ใน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศอิตาลี และ ประเทศเนเธอร์แลนด์

เพื่อทำการตรวจสอบก็พบว่ามันเป็นแร่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนโดยมีองค์ประกอบของออซิเจนสูงกว่า77%และส่วนประกอบอื่นๆและอาทิคาร์บอนซิลิกอนแคลเซียมอีกอย่างละเล็กน้อยนักวิจัยได้ทำการตรวจสอบสารประกอบอินทรีภายในก้อนหินลึกลับนี้ ซึ่งคาดว่ามันมีอายุถึง1,5000ถึง5,5000ปี ทำให้แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังตั้งคำถามว่าแล้วมันจะมาจากไหนและมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

โดยมีนักทิศดีได้ตั้งสมมุติฐานที่เกี่ยวกับMysterious Blue Stoneเอาไว้มันอาจจะเป็นร่องรอยของอารยธรรมที่หายสาปสูญหายไปในดินแดน เซียร์ราลีโอน ก็เป็นได้หรือมันอาจจะเป็นแร่ที่ได้มาจากนอกโลกโดยมีผู้มาเยือนจากต่างดาวที่มาอารยธรรมและเทคโนโลยีสูงได้ถูกทิ้งเอาไว้บนโลกทั้งนี้ถึงแม้ว่าก้อนหินดังกล่าวจะเป็นแร่ธาตุใหม่แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่าเป็นแร่ธาตุที่ถูกค้นพบในประเทศโมร็อกโกเช่นเดียวกัน

แก้วขนเหล็ก/เหล็กไหล

แก้วขนเหล็กหรืออัญมณีโป่งข่ามมีความเชื่อที่เกี่ยวกับโชครางที่ฝังลากลึกมาพร้อมๆกับมันไม่ว่าจะเป็นไหมทองไหมนาศหรือไหมดำก็ตามความเชื่อต่างๆเหล่านั้นล้วนมากับอภินิหารที่คนไทยโบราณโดยเฉพาะชาวล้านนาไทยต่างเชื่อถือมากอย่างยาวนานโดยเฉพาะความเชื่อในเรื่องของความอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้าเช่นหลายคนต่างเชื่อกันว่าเส้นขนสีดำที่อยู่ภายในแก้วไหมสีดำนั้นแท้จริงแล้ว

ก็คือเหล็กไหลนั่นเองด้วยเหตุนี้ในสมัยก่อนจึงมีผู้นิยมฝังแแก้วขนเหล็กเอาไว้ตามจุดต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะหรือไหล่เพราะเชื่อว่าจะทำให้คนผู้นั้นฟันแทงไม่เข้าไม่ไม่มีอาวุธใดที่จะสามารถทำลายได้หรือในอีกลักษณะหนึ่งก็จะมีการนำหินไหมดำนี้มาทำเป็นเรื่องรางของขลังเช่นจี้รูปวงกลม วงรี หรือ ทำเป็นหัวแหวนใส่สำหรับเอาไว้ติดกายอยู่ตลาดเวลาเพื่อป้องกันคุณไสยหรือสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายที่มองเห็นและมองไม่เห็นอีกทั้งยังมีการนำเอาหินไหมดำมาตั้งประดับในบ้าน

ตำนานหนูน้อยหมวกแดงการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์

Posted on 6 เมษายน 20204 เมษายน 2020Categories ตำนานTags , , ,

 คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักหนูน้อยหมวกแดงในตำนานที่เป็นสาวน้อยน่ารักใส่ซื่อบริสุทธิ์แต่ต้องเจอกับหมาป่าจอมชั่วร้ายแต่ในที่สุดก็สามารถปรับตัวเองออกมาจากภัยอันตรายที่จะได้รับกับรายได้โดยเรื่องราวของหนูน้อยหมวกแดงนั้นเกิดขึ้นเมื่อหนูน้อยหมวกแดงทุกคุณแม่สั่งให้นำขนมไปเยี่ยมคุณยายซึ่งอาศัยอยู่ในป่าโดยคุณแม่สั่งให้หนูน้อยหมวกแดงนำขนมที่ทำขึ้นไปให้คุณยายรับประทานและหนูน้อยหมวกแดงต้องเดินทางไปคนเดียว

แม่จึงได้กำชับให้ระวังตัวระหว่างทางอาจจะมีอันตรายเกิดขึ้นได้ซึ่งเธอก็รับปากคุณแม่เป็นอย่างดีแล้วระหว่างทางที่ไปบ้านของคุณนายเธอก็เจอกับหมาป่าตัวหนึ่งที่ต้องไปกินเธอแต่ด้วยความใสซื่อของเธอเธอจึงเล่าเรื่องราวว่าเธอกำลังจะเดินทางไปที่ไหนให้หมาป่าฟังทำให้หมาป่าฉุกคิดได้ว่าแทนที่จะกินเธอคนเดียวหมาป่า

ควรจะได้กินทั้งหลายของเธอและเธอด้วยเรื่องนั้นจึงได้เดินทางไปที่บ้านของคุณยายและกินคุณยายเข้าไปหนูน้อยหมวกแดงเดินทางไปถึงที่บ้านของคุณยายก็พบว่าคุณยายมีการคลุมผ้าไว้ค่อนข้างมิดชิดแต่ก็สงสัยในลักษณะของคุณยายที่แตกต่างกันออกไปเช่นใดมีฤทธิ์เร็วขึ้นอยู่ที่ยาวขึ้นยาวขึ้นเมื่อหนูน้อยหมวกแดงสงสัยก็ถามเอาไปชนหมาป่ารำคาญจึงได้แสดงตัวออกมาว่าตนเองเป็นหมาป่าและไม่กินคุณได้เข้าไปแล้ว

และในขณะที่หมาป่ากำลังจะกินหนูน้อยหมวกแดงมันเองก็มีนายพรานก็มาช่วยเหลือหนูน้อยหมวกแดงและได้ฆ่าหมาป่าไปหลังจากนั้นนายพรานและหนูน้อยหมวกแดงก็ผ่าท้องหมาป่านำคุณยายออกมาจากท้องหมาป่าซึ่งหมาป่าก็ได้ตายไปและคุณยายและหนูน้อยหมวกแดงก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข 

สำหรับนิทานเรื่องนี้เป็นตำนานที่เล่าขานกันมาจากรุ่นสู่รุ่นปัจจุบันนิทานปรัมปราเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ให้ทุกคนได้ดูจากการแสดงของนักแสดงโดยตรงแทนการฟังจากหนังสือนิทานและไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงนี้ก็ยังคงเป็นนิทานที่พ่อแม่สามารถนำมาเล่าให้กับลูกฟังก่อนเข้านอนได้

และไม่ว่าเด็กคนไหนที่นี่ฟังนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงนี้ก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่านิทานเรื่องนี้มีความสนุกและน่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆกันทุกคนซึ่งหลังจากที่ได้มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์นั้นนิทานหนูน้อยหมวกแดงก็ยังเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาผู้ใหญ่ที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันอีกด้วย 

สำหรับนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีนิทานเรื่องนี้ก็ยังเป็นนิทานอมตะเรื่องหนึ่งที่ใครได้ฟังก็ไม่เคยเบื่อเลยที่จะฟังซ้ำอีกจึงเรียกได้ว่านิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงคือนิทานในตำนานที่เราสามารถจดจำเรื่องราวของนิทานเรื่องนี้และมาเล่าให้ลูกหลานได้ฟังต่อไป 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame

การแต่งรถยุค 90 ในตำนาน

Posted on 19 กุมภาพันธ์ 202019 กุมภาพันธ์ 2020Categories ตำนานTags

การแต่งรถในแบบยุค90sมีดีงนี้

ถ้าจะพูดถึงในยุค90 หลายๆคนก็อาจจะคิดถึงในการใช้ชีวิตแล้วก็แฟชั่นต่างๆในยุคนั้นยุคที่ดาราศิลปินในสมัยนั้นเป็นผู้นำเทนในการแต่งตัวในแนวทางแต่งๆและทรงผมสไตล์ยุค90อันเป็นเอกลักษณ์แสกกลางบอกได้เลยว่าหล่อมากๆในสมัยนั้นและทำให้วัยรุ่นในยุคนั้นต่างก็พากันหลงไหลสไตล์ยุค90การใช้ชีวิตและการแต่งตัวในสมัยนั้นๆซึ่วในแต่ละคนนั้นก็จะมีแนวทางเป็นของตัวเองไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตการแต่งตัว หรือ ว่ารถซิ่งเราเชื่อว่าสิ่งสำคัญของยุค90นั้นก็คือรถซิ่งยในยุค90นั้น

ซึ่งในปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปี2019หรือว่าก่อนหน้านี้หลายๆปีทั้งวัยรุ่นและวัยแก่และวัยเก๋าหลายๆรุ่นต่างก็จะหาเอามาครอบครอง ซึ่งมันอาจจะเป็นรถในฝันของพวกเขาในสมัยก่อน และอันนี้ก็จะหมายถึงเป็นรถ2จังหวะเช่นกันซึ่งก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน2จังหวะมาสิ้นสุดตั้งแต่ยุคต้มยำกุ้งในปี40หนึ่งเลยเศรษฐกิจไม่ค่อยดีคนล้มและคนก็เล่นกันเยอะก็ไม่มีเงินที่จะซื้อเอามาใช้เอามาขับขี่แต่ก็ยังติดตรงที่มันยังคงเป็นมนพิษที่เขาจะปรับปรุงใหม่และสำหรับในยุค90นั้นเขาแต่งรถอะไรกันเดี๋ยวเราจะมาหาคำตอบกัน

สำหรับการแต่งรถซิ่งในยุคนั้น

จะต้องมีการจัดทรงของตัวรถใหม่สะก่อนอย่างเช่น จัดทำถังปาดบขึ้นมาใหม่ จะให้คนยุค90นั้นขับขี่แบบเดิมๆเขาคงจะไม่ขับขี่กันหรอก และอย่างต่อมาก็คือเบาะ เบาะตึก หรือ เบาะขนมปัง ซึ่งมันเป็นคําศัพท์ใช้เรียกกันในสมัยนั้นและในอย่างต่อมาก็คือการย้นสวิงอามโดยปกติวัยรุ่นในปัจจุบันจะชอบยืดสวิงอามกันใช่มั้ยแต่ในยุค90เขาจะย้นสวิงอามไม่งั้นไม่เท่และอย่างต่อมา ก็คือ การโหลดท้ายและก็ยกส่วนหน้าของโชคซึ่งมันแตกต่างไปจากสมัยนี้สมัยนี้หน้ารถจะต้องกดต่ำหลังโด่ง

ซึ่งมันเป็นแบบนี้สลับการไปเลยและแฟชั่นลำดับต่อไปของยุค90นั้นก็คือการไล่น็อต กลึงจะไล่มากไล่น้อยมันก็แล้วแต่น๊อตกลึงถ้าจะพูดให้เข้าใจและเห็นภาพได้ง่ายๆก็เปรียบเสมือนน็อตไทเทเนียมในสมัยนี้มันลิมิเต็ดและก็มันดูสวยในยุคสมัย90นั้นและอีกหนึ่งแฟชั่นสุดโต่งในของยุค90ที่จะต้องพูดถึงกันจริงๆก็คือการแต่งล้อรถมอเตอร์ไซล้อหน้าล้อแม็ก ล้อหลังล้อซี่ลวด หรือ ล้อหน้สซี่ลวด ล้อหลังล้อแม็กมันก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของ

เจ้าของรถในยุคนั้นมันอาจจะไม่แปลกแต่ถ้ามาในยุคปัจจุบันคนเขาก็อาจจะมองว่ามันแปลกๆว่าพวกนั้นทำอะไรกันทำไมถึงใส่ล้อแบบนี้แต่ถ้ามันจะดูแปลกแต่มันก็ดูเป็นส่วนตัวดีในสำหรับยุค90s